[On Tour] Schengen 5 Days 6 Night ~Amsterdam and Hague~

posted on 22 Jun 2008 21:24 by toyting  in Tour

ตอนที่กำลังแกะซองไปรษณีย์ดูพาสปอตส์เล่มใหม่ที่เพิ่งไปทำกับเบต้ามาเมื่อปลายปีที่แล้ว  น้องสาวก็พูดขึ้นมาว่า "ถ้าแกมีพาสปอตส์แล้วล่ะก็ เดี๋ยวก็ได้ไปต่างประเทศเองนั่นล่ะ" จะถือว่าเป็นคำพูดปลอบใจพี่สาวไม่ได้ออกนอกประเทศมาตลอดสิบปีรึเปล่านะ แต่...ดูท่าคำพูดนี้จะจริงแฮะ  เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเนี่ย เรา On tour สุดๆ เรียกว่าบินเดือนเว้นเดือนเลยทีเดียว  และยิ่งรวมทริปที่มาครั้งนี้จะกลายว่าเฉลี่ยแล้วเราเที่ยวเดือนละประเทศ! แอบรู้สึกว่าทำไปได้ไงนี่ 5 5 5

อย่างไรก็ดี  จบทริปนี้ก็คงได้พักยาว  เพราะแผนบินตามสามีที่ตะลอนเวิร์ดทัวร์เป็นอันได้พับใส่ลิ้นชัก  หลังจากแถลงข่าวออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า  เลื่อนคอนไปอย่างไม่มีกำหนด  ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ  แน่ล่ะ...สำหรับคนที่โดนหมอห้ามไม่ให้นั่งเครื่องบิน จะให้ลุกมาตีกลองก็ใช่ที่

ทริปนี้ถือว่ามาทัวร์ยุโรปแทนคุณสามีแล้วกัน ตั้งใจแบกโน้ตบุ๊คมาด้วย  กะเอามาทำงานและจะมาอัพ blog รายทาง  สรุปว่างานก็ไม่ได้ทำ  blog ก็ไม่ได้อัพ  (หัวเราะ) จะแบกไปเพื่อ...  สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาอัพ blog ที่บ้านอยู่ดี 

ออกเดินทางตอนคืนวัน 12 มิ.ย. (แน่นอนว่ายังคงทำงานจนวินาทีสุดท้ายเหมือนเดิม) โดยสายการบินเตอร์กิส ที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิก สตาร์ อัลไลแอนซ์  เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา  ดังนั้นเลยเก็บสะสมไมล์ของการบินไทยได้ครึ่งนึง (ก็ยังดี) ทำให้ได้แวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงอิสตันบูล  ประทับใจตอนเครื่องลงที่อิสตันบูลมากๆ ถ้าเข้าใจไม่ผิดเราได้เห็นทั้งทะเลดำและทะเลเมดิเตอเรเนียนเลยนะ  ยิ่งตอนอยู่บนเครื่องได้ดูโฆษณานำเที่ยวตุรกี ทำไมรู้สึกว่าตุรกีมันน่าเที่ยวกว่าประเทศที่เรากำลังจะไปฟ่ะ

ที่สนามบินอตาเติร์ก อิสตันบูล  ขณะรอเปลี่ยนเครื่อง  เป็นช่วงบอลยูโรพอดี

ถ่ายรูปให้เห็นตัวอยู่ไกลลิบๆ 

ที่สนามบิน Schiphol ตอนเช้าของอีกวัน เนเธอร์แลนด์ก็คึกคักด้วยบรรยากาศของบอลยูโรเหมือนกัน  

ตามสไตล์ทัวร์ฉิ่งฉับ  ก่อนเที่ยวต้องกินข้าวก่อน  ใกล้ๆ ร้านอาหารมีมินิมาร์ทกับตลาดเล็กๆ เลยชักภาพเสียหน่อย

โปรดสังเกตเสื้อผ้าหน้าผม 

แทบไม่เปลี่ยนจากทริปเกาหลีหรือญี่ปุ่นเลย เหอ เหอ เหอ

อิ่มแล้ว ก็ไปล่องเรือกระจกชมนครอัมสเตอร์ดัม

 เปิดหลังคากระจกด้านบนก็ได้นะ 

ช่วงนี้ยุโรปเป็นฤดูร้อน แต่อากาศทำไมยังหนาวอยู่ฟ่ะ  เราไปเที่ยวที่ไหนทำไมไปเจอหนาวทุกทีเลยล่ะ

บ่นหนาวได้ไม่เท่าไหร่ ฝนตกครับท่าน ตอนนี้เลยอยากจะกรี๊ดขึ้นมา  >o<

และตกหนักขึ้นเรื่อยๆ TOT 

แป๊บเดียว มันก็หยุด เล่นเอางงไปเลย


มีคำพูดติดปากคนยุโรปตะวันตกบอกว่า "ถ้าคุณไม่ชอบอากาศที่นี่  ให้รอสักหนึ่งนาที"  ฟังแล้ว โอ้ว มันใช่เลย เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก  ตอนที่ล่องเรืออยู่เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เป็นอากาศที่คุ้มดีคุ้มร้ายแท้ๆ

อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่สะอาด ลักษณะอาคารจะมีสไตล์เดียวคือก่ออิฐถือปูนโดยไม่ฉาบ  ผังเมืองป็นระเบียบ แนวของแต่ละตึกในแต่ละช่วงถนนเท่ากันแบบเด๊ะๆ และจะมีสลักปี ค.ศ. ไว้หน้าบ้านว่าสร้างไว้เมื่อไหร่  ทำแบบนี้จะให้เราสามารถรู้ได้อาคารแต่ละหลังต้องได้รับการปรับปรุงซ่อมเสริมเมื่อไหร่  และด้วยความที่เขาเก็บภาษีจากการวัดขนาดหน้าบ้าน  บ้านในอัมสเตอร์ดัมจึงมีหน้าบ้านที่แคบมาก   บ้านแต่ละหลังจึงยื่นคานออกมาไว้ชักรอกเฟอร์นิเจอร์เข้าทางหน้าต่างแทน  เก๋ไม่หยอกเหมือนกัน

ไปเที่ยวดามสแควร์ต่อ   เป็นจัตุรัสที่มีความต่างในตัวเองสูงมาก

ด้านนึงของจัตุรัสเป็นย่านช้อปปิ้งเหมือนสยามสแควร์บ้านเราเลย  แต่เวลา 6 โมงเย็นทุกร้านจะปิดค่ะ  ตอนแรกนึกว่าปิดไปดูบอล เพราะวันที่ไปถึงเป็นวันที่บอลเนเธอร์แลนด์แข่งพอดี ตามร้านค้าต่างๆ เอาอุปกรณ์เชียร์บอลมาขายเพียบ  เราเห็นเสื้อตัวนึงเป็นเสื้อเชียร์บอลนั่นล่ะ  ลดราคาจาก 10 ยูโร  เหลือประมาณ 5 ยูโร  ก็เลยกะซื้อสักตัว แต่พอไปจ่ายตังค์ เขาไม่ยอมลดให้ล่ะ  คงเพราะเห็นว่าเราไม่ใช่คนดัทซ์มั้ง  งอนไม่ซื้อก็ด่ะ

กลายว่าหลัง 6 โมงเย็นจัตุรัสอีกด้านกลับคึกคักขึ้นมาแทน  ที่เขาเรียกกันว่า Red Light นั่นแหละ  ประเทศนี้โสเภณีถูกกฏหมาย  กัญชาก็ถูกกฎหมาย  รัฐบาลเขาคิดว่าของพวกนี้เอาขึ้นบนดินซะจะควบคุมได้ง่ายกว่ารึเปล่า (?) และแหล่งรวมของถูกกฎหมายที่ต้องควบคุมนี้ก็คือ  Red Light ที่ว่านั่นแหละ  เราได้ไปทัศนศึกษามานิดหน่อยด้วย แต่ต้องขออภัยด้วยนะฮะ ที่ไม่มีรูปมาให้ดู  เพราะคุณไกด์บอกว่าถ่ายรูปในโซนดังกล่าวเป็นเรื่องยุ่งยากเปล่าๆ ก็เลยไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาเฉยๆ 

ได้ผู้หญิงในตู้กระจกเรียงรายติดๆ กันในตรอกแคบๆ   สนนราคาครึ่งชั่วโมง  35 ยูโร  ถ้าตกลงกันได้ก็เข้าไปในตู้แล้วก็ปิดม่านซะ  มีห้องน้ำ เตียงนอนให้เสร็จสรรพ  ที่หน้าตาสะสวยก็เยอะ  ที่แปลกๆ ก็เยอะ  แต่ที่แปลกๆ เนี่ยจะโดนแยกไปอยู่ในตรอกเดียวกัน  และถูกเรียกว่า King Kong Road ประมาณว่าเห็นหน้าเจ้าหล่อนก็จะนึกออกเองว่าคิงคองน่ะหน้าตาเป็นยังไง (หัวเราะ) แวะเข้าไปดู Sex Shop ด้วย  (ไม่พลาด) ของบางชิ้นเห็นแล้ว  ยังนึกไม่ออกว่าใช้ยังไงเลยทีเดียว  

เวลาเดินบนถนนเส้นนี้จะได้กลิ่นหอมหวานๆ ของกัญชาตลอดทาง  ซ้ำยังมีร้านขายเมล็ดกัญชาพร้อมคู่มือให้เอาไปปลูกเองอีกต่างหาก  ที่ขำไม่ออกก็คือ  มีคุณลุงตาดีชี้ให้ลูกทัวร์เห็นว่าร้านกัญชาร้านนึงมีรูปปั้นหลวงพ่อคูณเป็นพรีเซนต์เตอร์??? (กรรมเวร) 

อัมสเตอร์ดัมซิตี้ทัวร์ก็หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะเช้าอีกวันก็ออกเดินทางไปเฮกต่อเลยค่ะ ระหว่างทางได้แวะไปดูผลิตภัณฑ์ OTOP ของประเทศเนเธอร์แลนด์กันก่อน

โรงงานรองเท้าไม้เจ้าค่ะ

สาธิตวิธีการทำรองเท้าไม้

 

สาธิตวิธีการทำชีส

แน่นอนว่ามาเยือนถึงโรงงานก็ต้องเสียตังค์ซื้อของฝากแหงๆ (หัวเราะ) เป็นโรงงานเล็กๆ ที่น่ารักดีค่ะ ดูการสาธิตเสร็จ ก็ออกเดินทางต่อสู่จุดมุ่งหมายของเรา

พระราชวังของพระราชินีเบียทริกซ์

 


ด้านหน้าของพระราชวัง เป็นที่เก็บรักษาไฟแห่งสันติภาพ  ที่จะมีไฟติดอยู่ตลอดเวลา

 

รอบๆ ประดับด้วยหินจากประเทศต่างๆ  มีหินจากประเทศไทยด้วย

 จากนั้นก็นั่งรถต่อค่ะ  เพื่อไปถ่ายรูปกับ....

กังหันลม 

นั่งรถมาตั้งไกล  เพื่อถ่ายรูปกับกังหันลมเนี่ยล่ะ  ประเทศเนเธอร์แลนด์แม้จะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งกังหันลมก็จริง  แต่ปัจจุบันแทบจะไม่มีการใช้งานแล้วค่ะ  ที่มีอยู่อนุรักษ์ไว้เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น  

 

เอาล่ะ  อย่างน้อยก็ได้ถ่ายรูปคู่กับสัญลักษณ์ของประเทศเขาแล้ว  ถือว่าเสร็จสิ้นภาระกิจ  entry หน้า จะโดดข้ามไปดินแดนแห่งช็อกโกแล็ตล่ะนะ

edit @ 22 Jun 2008 22:32:22 by toy_ting