จ่าหัวราวกับว่าไปดูคอนมาทั้งสามวัน ทั้งที่ก่อนบินมีตั๋วของวันที่ 29 แค่วันเดียว ไปญี่ปุ่นตั้งห้าวันแต่กะจะดูคอนแค่วันเดียว ตกลงเธอจะไปเที่ยวหรือจะไปดูคอนกันแน่! ก็แหม...เหตุเพราะกลัวใจตัวเองว่าหากดูมากกว่านั้น จะกลับไปเป็นเหมือนสมัยเมื่อสิบปีก่อนน่ะซิ เลยไม่ขวนขวายหาตั๋ววันอื่น กะดูเพื่อบันทึกว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้นเอง แล้วเป็นไงล่ะ หึ หึ หึ ดูครบสามวันจริงๆ ด้วย บ้าไปเลยครับพี่น้อง

รีพอร์ตฉบับนี้จึงเป็นรีพอร์ตของผู้หญิงที่ทรยศนอกใจสามีไปมีกิ๊กอื่น  แล้วกลับมาตายรังอีกครั้ง ตายเจรงๆ TOT

Mar 28,2008 ~Night of Destruction~

ตามกำหนดเราต้องถึงญี่ปุ่นประมาณบ่ายสามของวันที่ 28 ซึ่งเป็นวันที่เอ็กซ์แสดงคอนเสริต์เป็นวันแรกพอดี จริงๆ คอนเริ่มประมาณหกโมงเย็น ซึ่งเราก็จงใจลืมๆ มันซะ เพราะไหนๆ ก็จะดูวันที่ 29 อยู่แล้ว เลยวางเพลนไปท่องราตรีที่โตเกียวดีกว่า  แต่ปรากฎว่าในบอร์ด Xhorter มีคนมาขายตั๋ววันที่ 28 ราคาทุน แถมนั่งตรงอารีนาต่างหาก (ตาลุกวาว) เลยตัดสินใจโทรไปคุยกับเขา  สรุปว่าเป็นคนที่เคยมาสครีมลูกคุณนายในงานคอมมิคปาร์นั่นเอง  โลกมันกลมเนอะ  เขาก็ดีใจหายบอกว่าจะเก็บตั๋วไว้ให้ อยากจะขายให้คนไทยด้วยกัน เพราะคุยง่ายกว่า และถ้าเรามีปัญหาเรื่องที่พัก เขาจะหาให้ด้วย ประมาณว่าเขาอยากให้คนไปดูคอนเอ็กซ์เยอะๆ นั่นล่ะ

แต่ปัญหาคือเราเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ที่สามารถเปลี่ยนได้มีอยู่อย่างเดียวคือเที่ยวบิน แต่พอโทรไปเช็คก็ปรากฎว่าเที่ยวเช้าที่สุดที่จะไปถึงญี่ปุ่นได้คือตอนบ่ายสองโมง  ซึ่งไม่ต่างกันเท่าไหร่  อุตส่าห์ไปเช็คเวลาแสดง เวลาเปิดปิดเกท เวลาจากสนามบินถึงโดม จนน้องสาวด่าว่า "แกอย่าเรื่องมากได้ไหม" ช็อคเล็กน้อย ชั้นเนี่ยนะเรื่องมาก ชั้นน่ะเรื่องน้อยที่สุดแล้ว กระซิกๆ แกซิเรื่องมาก (ด่าน้องอีก) สรุปว่าต้องโทรไปขอโทษเขาแล้วบอกให้ขายตั๋วไปเหอะ ไม่ต้องเก็บไว้ให้เราหรอก เกรงใจ

สรุปว่าออกจากฮ่องกงถึงนาริตะตอนสองโมงครึ่ง วูบนั้นคิดว่าตัวเองอาจจะไปดูคอนทันก็ได้นะ ทว่า...รถมันติดขอรับ  ความหวังดับวูบปลิดปลิวไปกับสายลม  แถมเพลนเที่ยวราตรีก็ต้องพับไป เพราะฝนดันตกอีก TOT ฝ่าสายฝนเดินหาโรงแรมที่อิเคะบุคุโระกว่าจะถึงก็ทุ่มครึ่งพอดี YOY คอนเริ่มไปแล้วซินะ  So Sad (จริงๆ ไม่กะจะดูอยู่แล้วจะ sad ไปไย) จนเหลือบไปเห็นใบรายการทีวีที่โรงแรมเตรียมไว้ให้ เพราะน้องชายจะดูหนัง AV (เฮ้ย ไม่ใช่) พบว่ามันมีช่อง WowWow เจ้าค่ะ

โรงแรมที่ไปพักเลยกลายเป็นสุดยอดสิ่งที่น่าประทับใจอย่างหนึ่งในทริปครั้งนี้  กลับมาจิ้มรีโมตอีกครั้ง จิ้มช่อง WowWow ไม่ติด  เพราะเมนูเจือกเป็นภาษาญี่ปุ่น ต้องวิ่งลงลิฟท์ไปถามพนักงานโรงแรมที่ดันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เซอร์วิสมายด์สุดย้อด พยายามอธิบายเต็มที่ว่าต้องกดปุ่มไหนบ้าง น้องชายแอบบ่นว่า "อยากรู้ว่าคนญี่ปุ่นซับซ้อนแค่ไหน ดูจากรีโมททีวีก็รู้" วิ่งขึ้นมาจิ้มอีกทีคราวนี้ติดแฮะ คอนวันที่ 28 ของเอ็กซ์ถ่ายทอดสดทาง pay tv ของที่ญี่ปุ่นจ๊ะ  เรียกว่าดวงจริงๆ ที่โรงแรมนี้ติดช่อง WowWow ด้วย ถ้าได้ไปญี่ปุ่นอีกยังไงก็จะไปพักที่นี่ให้ได้ >O< ช้อบ

เป็นเรื่องน่าแปลกที่จะสองทุ่มแล้ว แต่คอนยังไม่เริ่มเลย ไฟยังสว่างโร่ ไหนว่าเริ่มหกโมงเย็นไง ดูสถานการณ์แล้ว คนคงไม่เต็มฮอล์ลง่ายๆ แน่ เลยพาน้องชายลงไปซื้อของกินที่มินิมาร์ทหน้าปากซอย เตรียมตั้งหลักเต็มที่ จนต้มน้ำร้อนแล้ว อาบน้ำก็แล้ว เก็บของก็แล้ว สามทุ่มโน่นไฟในโดมถึงได้ดับลงพร้อมกับเมโลดี้ของเพลง Last Song นอกจากปล่อยให้สาวกรอมาร่วมสิบปี ยังทิ้งให้รอต่อสามชั่วโมง (พวกลุงๆ นี่)  

Song List

1. The Last Song
2. Rusty Nail
3. Weekend
4. Scars
5. Silent Jealousy
6. Hide’s Room
7. Say Anything
8. Without You
9. I.V.
10. Kurenai
11. Art of Life part 1


การที่เปิดคอนด้วยเพลง Last Song คงตั้งใจให้ต่อเนื่องกับ Last Live ในปี 1997 แต่ Last Song เมื่อสิบปีที่แล้วฟังดูกระท่อนกระแท่น เหมือนเพลงที่ยังแต่งไม่เสร็จแต่ต้องรีบนำมาใช้ ในขณะที่ Last Song ในสิบปีให้หลังทั้งไพเราะ สมบูรณ์ และทรงพลัง (กว่าคุณชายจะแต่งเพลงนี้จบใช้เวลาเป็นสิบปีเลยซินะ) โดยท่อนจบโยชิกิได้ออกมาเล่นเปียโนพร้อมเสียงโทชิ  แค่ท่อนเดียวก็ซาบซึ้งถึงทรวง  เฮ้ออออ (เพ้อไปแล้ว)

ด้วยความที่วันนี้ได้ดูถ่ายทอดสด เลยขอคอมเม้นต์เสื้อผ้า หน้า ผม ของลุงๆ ที่ไม่ได้ขึ้น Live ที่โดมมาเกือบสิบปีหน่อยแล้วกัน เนื่องจากกล้องมันซูมจนเห็นรอยยับย่นได้ชัดเจน (ฮา)

Toshi (นักร้องนำ) สวมแว่น โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ไม่เอาแว่นอ่ะ เราอยากเห็นตาชี้ๆ ของเฮียมากกว่าอ่ะ คาดหวังว่าเฮียแกจะใส่แว่นไม่กี่เพลงแล้วถอด ปรากฎว่าเฮียเล่นใส่แว่นดำทุกเพลง ทั้งสามวันเลย แอบเฟล แต่รู้สึกดีที่อย่างน้อยแว่นเฮียก็ไม่ได้ดำสนิท เป็นสีชาๆ ถ้ากล้องซูมยังพอเห็นแววตาได้มั่ง  ส่วนศีรษะนั้นเถิกขึ้นเล็กน้อย (ก๊าก) มีคนบอกว่าโทชิหล่อขึ้น >O< (กรี๊ดถูกใจ) ตัวเองคิดว่าโทชิยังยิ้มน่ารักเหมือนเดิม ชอบเขี้ยวเฮียมาตั้งนานแล้ว เนี่ย...เรากำลังหลงเสน่ห์ผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้ว และปลีกวิเวกไปแสวงบุญมาสิบปีเพิ่งกลับมาเรอะ ถึงเฮียจะร้องเพี้ยน เสียงแหบ เสียงหลงบ้างเป็นบางเพลง แต่เราให้อภัยได้ทั้งหมด  เพราะเสียงโทชิมันสุดยอดจริงๆ (น้ำตาไหลพราก)

Pata (กีตาร์) โทชิแซวเอาไว้ว่า "ผ่านไปสิบปีพาตะยังคงเหมือนเดิม" ประมาณว่าแก่ยังไงก็ยังคงแก่ยังงั้น  ซึ่งเราก็เห็นด้วยทุกประการ...

Heath (เบส) ผิดคาดดดดดดดด  เป็นคนที่ทำให้เราสครีมได้มากที่สุดในคอน  เพราะหลังยุบวงฮีทก็มีผลงานเรื่อยเปื่อย เปลี่ยนลุ๊คไปตามโปรเจคที่เธอเข้าร่วม บางโปรเจคก็ฮาร์คอร์เกินจนอิฉันกลัว  นึกอยู่ว่ากลับมาเป็น X ครั้งนี้ ฮีทคงจะมาแนวทะมึนๆ เหมือนเดิม ใส่เสื้อผ้าแค่สองสีคือ ดำ ขาว แล้วก็เล่นเบสไปตามเรื่อง  แต่เธอคงฉุกคิดได้ว่า ตัวเองน่ะเอ๊าะที่สุดในบรรดาลุงๆ เหล่านี้แล้ว ฉะนั้นแล้วแต่งตัวกระชากวัยซะเลย  ได้ข่าวว่าอายุย่างสี่สิบแล้ว  แต่แต่งตัวเป็นหนุ่มเจร็อควัยยี่สิบต้นๆ โว้ววววววววววววว ถูกใจแม่ยกนะเนี่ย เพราะแต่งแล้วคือ แต่แล้วขึ้น แต่งแล้วหล่อผิดคาด เป็นครั้งแรกที่หันไปดูฮีทก่อนที่จะดูพาตะอีกน่ะ (หัวเราะ) รู้สึกถึงแสงวิบวับระยับระยับรอบตัวฮีทเลยทีเดียว ใน Talk Live ล่ะมั้งที่นักข่าวสัมภาษณ์ฮีทว่าไปทำอะไรมา ถึงดูเท่ขึ้น  โยชิกิชิงตอบไปว่า "ไม่ใช่เท่มาตั้งนานแล้วเหรอ" (กรี๊ด)

Hide (กีตาร์) เทคโนโลยีนี่ปลุกผีขึ้นมาเล่นกีตาร์ได้จริงๆ วุ้ย สมที่ชายโยทุ่มเงินเป็นร้อยล้านซื้อเครื่องฉายโฮโลแกรมมาฉายภาพของฮิเดะ แต่เขาฉายเป็นบางเพลง และฉายเฉพาะวันที่หนึ่งกับสาม  ซึ่งจะเป็นฮิเดะในยุค 1992-1993 คงเป็นเพราะเพลงที่เล่นเป็นเพลงในยุคนั้นด้วยมั้ง ส่วนวันที่สองเล่นเป็นเพลงยุคใหม่เกือบทั้งหมด ซึ่งถ้าดูจากการถ่ายทอดสดจะรู้สึกเหมือนจนน่าขนลุก (น่ากลัวจริงๆ นะ)  

Yoshiki (กลอง เปียโน และตำแหน่งไหนก็ได้ที่เขาอยากจะเป็น ก็เพราะเขาเป็นหัวหน้าวงนิ) อ้วนนนนนนนนนขึ้น แต่ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่เพราะเวลาคุณชายอัพ space ทีไร เดี๋ยวก็ไปดินเนอร์ที่นั่นที่นี่ เดี๋ยวก็หนีไปกินช็อคโกแล็ต ขนาดบ่นแล้วนะว่าอาหารที่อเมริกา "ไม่อร่อย" แต่ชายโยยังอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดีนะที่ความอ้วนมันมาพร้อมกับกล้ามเนื้อ  รู้สึกเหมือนไหล่ก็จะหนาขึ้นด้วย  น้องชายบอกว่าที่รู้สึกว่าไหล่หนาขึ้นเพราะที่ผ่านมาพวกเราชินกับโยชิกิที่สวมปลอกคอตลอดเวลาที่ตีกลอง พอไม่มีปลอกคอเลยไม่คุ้นเท่านั้นล่ะ

มีคนคอมเม้นต์จากการดูคอนวันแรกว่า รู้สึกเหมือนเป็นคอนฉลองการกลับมาคืนดีของคู่สามีภรรยาเลย (หัวเราะ) เห็นท่าจะจริง เพราะเขาหวีทหวานกันสุดชีวิต โทชิก็สปอยโยชิกิเต็มที่ ส่วนเจ้าหญิงก็ระริกระรี้ออกนอกหน้า โยชิกิเป็นพวกเก็บอาการไม่ค่อยอยู่ เวลาดีใจจะยิ้มเป็นเด็กๆ และลันล้าสุดขีด ได้ข่าวมาว่าคุณสามีมาง้อคุณก่อน แล้วคุณก็เล่นตัวไม่ยอมให้เขากลับบ้านมาง่ายๆ แต่พอเขากลับมาจริงๆ ก็เป็นคุณนั่นแหละที่ดีใจที่สุดที่เขากลับมานี่นะ  เอะอะอะไรก็หันไปหาโทชิๆๆ จนคุณสามีต้องออกมาพูดว่า "ผ่านไปสิบปีโยชิกิยังเหมือนเดิม ยังคงเอาแต่ใจเหมือนเดิม และคนที่ลำบากก็คือผมเหมือนเดิม" โอ๋...รับกรรมไปซะนะ อย่าหนีไปธุดงค์อีกล่ะ ขนาดสื่อยังตีข่าวเลยว่า "เป็นการกลับมาของเพื่อนที่รักกันมากที่สุด" เราก็อยากให้คุณรักกันตลอดไปน้า  แม้จะจิกกัดกันบ้างแต่อย่างน้อยก็ยังอยู่ด้วยกัน 

ไอ้เรื่องที่สองคนนี้หยอกนิดหยอกหน่อยเนี่ยทำให้เรามีความสุขจังแฮะ อย่างตอนนักข่าวสัมภาษณ์ว่า "ไม่คิดจะทัวร์ทั่วประเทศก่อนไปเวิร์ดทัวร์เหรอ?" ชายโยก็ตอบว่า "ต้องถามความเห็นของโทชิล่ะครับ เพราะโทชิถนัดนักเรื่องต่างจังหวัดน่ะ" กัดเจ็บนะเนี่ย  คงตั้งใจจิกเรื่องที่โทชิชอบไปร้องเพลงตามชนบท ร้องในโรงเรียนเล็กๆ ในสถานสงเคราะห์ ทำงานเพื่อการกุศลและเผยแพร่ศาสนา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับชายโยที่งานเล็กๆ ไม่ งานใหญ่ๆ ระดับเวิร์ดคลาสถึงจะรับ โทชิเองเหมือนจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น  เขาออกตัวล่วงหน้าแนวขำๆ ว่า "ไม่ว่าอะไรทุกอย่างเป็นความผิดของโยชิกิครับ" ซึ่งโทชิก็จัดการโยนความผิดทันทีในวันแรก ว่าสาเหตุที่คอนเริ่มเลท "เป็นเพราะโยชิกิมาสาย..." จนออกมาแก้ตัวทีหลังว่ามันเป็นแค่มุก จริงๆ เพราะเวทีไม่พร้อมต่างหาก โยชิกิบอกด้วยว่า "ไม่ได้นอนทั้งคืนจะมาสายได้ยังไง" ห้า ห้า ห้า ต่อไปนี้คงต้องมาแก้ข่าวเรื่อยๆ ล่ะนะ  เพราะในเมื่อโทชิประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนขนาดนั้นแล้ว ยังไงซะบนเวทีคนถือไมค์ก็ได้เปรียบล่ะนะ

ถึงไหนล่ะเนี่ย  ได้ข่าวว่ารีพอร์ตคอน  แต่เธอนอกเรื่องไปไกล  ก็เพราะวันแรกดูแบบเกาะจอเลยไม่ค่อยมีบรรยากาศอะไรมาเล่าเท่าไหร่  แถมอึ้งไปกับเสียงเพี้ยนๆ ของโทชิอยู่พักใหญ่  มาตื่นเต้นจนโดดถีบน้องชายตกเตียงเอาตอนที่ Sugizo ออกมาเล่นกีตาร์เพลง Silent Jealousy นั่นล่ะ (ถีบมันเพราะว่ามันบังหน้าจอ)

โซ่เป็นคนที่มีเอกลักษณ์จดจำได้ง่ายมาก แบบว่าไม่ต้องจำเป็นต้องเห็นหน้าดูลีลาดีดกีตาร์ไกลๆ ก็รู้แล้วว่าใคร  จริงๆ แอบงงตั้งแต่โปรเจค Skin แล้วว่า โซ่มาสนิทกับโยตั้งแต่เมื่อไหร่? ปัจจุบันยังแอบหวังอยู่ว่าจะมีซักวันที่จะได้เห็นโยดีดเปียโนคู่กับโซ่ที่เล่นไวโอลิน (ฝันๆ) แต่เอาเป็นว่าสำหรับเราตอนนี้ Sugizo เป็นคนที่เหมาะที่สุดกับเป็นกีตาร์ซัปพอร์ตให้เอ็กซ์  จะอธิบายไงดีล่ะ  คงเพราะตำแหน่งมือกีตาร์ของวงเอ็กซ์กลายเป็นอะไรที่ใครก็แตะไม่ได้ด้วยล่ะมั้ง  มันไม่ง่ายเหมือนครั้งเปลี่ยนมือเบสจากไทจิเป็นฮีทหรอกนะ ใครจะกล้าไปเอาตัวเองไปเทียบกับตำนานเล่า แต่ถ้าเอ็กซ์จะเล่นอยู่กับซาวด์เก่าของฮิเดะตลอดไปมันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้  ขนาดดูจากจอไม่ใช่ไลฟ์ยังรู้เลยว่าเพลงที่เล่นกับซาวด์เทียบกับเพลงที่เล่นสดมันสู้กันไม่ได้ ถ้าได้ Sugizo มาคงไม่มีใครจดจำเขาในฐานะกีตาร์ซัปพอร์ตของเอ็กซ์อยู่แล้ว ทุกคนรู้จักเขาในฐานะมือกีตาร์ของ Luna Sae ต่างหากล่ะ

ดูคอนไปก็กินมาม่าไป จนขึ้นอินโทรเพลง Art of Life เท่านั้นล่ะ อิฉันกรีดร้องขึ้นมากระทันหัน มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าเล่นเพลงนี้จบ ก็จบชีวิตได้เลย ไม่ต้องเล่นต่อแล้วคอนน่ะ ปิดไฟกลับบ้านไปเลย  แล้วเป็นไงล่ะ เป็นจริงอย่างที่พูดไหม  เล่นจบแค่พาร์ทแรก อีตาคุณชายก็น็อคสลบลงกับพื้น จนผู้จัดการใหญ่ต้องขึ้นมาดูอาการ เรียกสต๊าฟมาอุ้มพากลับหลังเวที แล้วก็เปิดไฟ ไล่คนดูร่วมห้าหมื่นคนในโดมกลับบ้าน -0-

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก วินาทีนั้น โปรดนึกถึงหน้าผู้หญิงอายุยี่สิบฟ่าๆ ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเกือบห้าพันไมล์มานั่งเกาะหน้าจอทีวีเล็กๆ มือถือข้างนึงตะเกียบ อีกข้างประคองถ้วยมาม่าที่ขึ้นอืดแล้ว และอ้าปากค้าง ในหัวคิดอยู่ว่า "ฉันมาตั้งไกลไม่ได้มาเพื่อดูนายสลบแล้วโดนแบกกลับไปปั้มหัวใจอยู่หลังเวทีน้า" คนในฮอล์ลท่าจะช็อคเหมือนเรา เพราะแทบไม่มีใครขยับ ยังดีที่ไม่เห็นคนร้องไห้ออกมา ขืนร้องออกมาซักคน เราต้องบ้าแน่ๆ  ทนไม่ไหวกดโทรไปถามเพื่อน (ค่าโทรแพงก็ยอมวะ) เขาก็บอกว่าคนที่ดูคอนยังไม่กลับมาเลย โทรไปหาคุณน้องคุณน้องก็บอกว่าเพื่อนที่ไปดูคอนก็ยังไม่กลับมาเหมือนกัน  ไม่มีใครสามารถอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้ากับเราได้ซักคน

Night of Destruction กลายเป็นค่ำคืนที่ทำให้เรานอนไม่หลับทั้งคืน TOT


Mar 29,2008 ~Night of Madness~

ตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า เปิดทีวีดูและพบว่าเหตุการณ์ที่ชายโยเป็นลมสลบคากลองนั้นออกทีวีทุกช่อง และคาดว่าจะลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ  (ดังสมใจคุณเขาล่ะ) ดูทีวีโดยที่ฟังไม่ออกว่าเขาพูดอะไรกันมั้ง รู้สึกหนักอกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ไหวแล้ว ไปไหว้พระดีกว่า (พึ่งไสยศาสตร์ทันที) ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่วัดอาซาคุซะ แล้วแวะไปซื้อกล้องถ่ายรูปที่อากิฮาบาระ (คือว่าน้องชายทำกล้องหายระหว่างทางน่ะ) เสร็จธุระถึงได้กดโทรศัพท์ถามเพื่อนเพื่อตามข่าว  ตอนนั้นกลัวคุณชายประกาศยกเลิกคอนชะมัด  สำหรับวงนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ นะเออ  แต่เพื่อนที่ถึงโดมแล้ว บอกว่าของหน้าคอนยังขายตามปกตินะ ไม่มีการประกาศยกเลิกอะไรทั้งนั้น  รู้สึกโล่งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เลยตัดสินใจไปดูสถานการณ์ที่โตเกียวโดม 

ทำไมพอเห็นโดมแล้วไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยแฮะ ทั้งๆ ที่มันเป็นความฝันมาตลอดชีวิตแท้ๆ หน้าคอนมีคนคอสเยอะๆ ก็ไม่สนใจ รึว่าเพราะกังวลเรื่องคุณชายจนต่อมความตื่นเต้นมันตายด้านไปแล้ว หลังจากเมื่อคืนหัวใจเกือบวายตาย ตอนนี้เลยเราไม่ต้องความตื่นเต้นมากไปกว่านี้ (ฮือ)

จุดที่ขายของหน้าคอนมีสองจุด (ล่ะมั้ง) แอบแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมคนแห่ไปเข้าแถวซื้อของกันตรงหน้า gate 22 เยอะนัก เราเลยหนีไปซื้อของที่ gate อีกด้านซึ่งคนน้อยกว่า  ครึ่งชั่วโมงก็ได้ซื้อของแล้ว  แต่ปรากฎว่ามีของหลายชิ้นเลยล่ะที่ Sold out มารู้เอาทีหลังว่าที่ gate 22 คนเยอะกว่าเพราะมีของครบกว่า  และขายสินค้า solo ของ member แต่ละคนด้วย ยังดีที่เราไม่ซีเรียสเรื่องของหน้าคอนมากนัก ซื้อเท่าที่มี ถึงบางชิ้นไม่ได้แบบกับสีที่ต้องการก็หยวนๆ เอาแบบกับสีอื่น   แน่นอนว่าต้องซื้อผ้าขนหนูของเอ็กซ์มาด้วยอยู๋แล้ว เล็งไว้ตั้งแต่ในเวป ต่อให้ราคาจะแพงบาดเนื้อซิบๆ ก็เหอะ ขนาดชิวๆ คิดตังค์เบ็ดเสร็จแล้วปรากฎว่าค่าของหน้าคอนพอๆ กับค่าตั๋วคอนเลย (เฮือก) เพราะไม่มีถุงใส่ของ เลยตัดสินใจกลับโรงแรมก่อน ด้วยความเข้าใจไปเองว่ายังไงคอนก็เริ่มเลทอยู่แล้ว ไปอาบน้ำแต่งตัวกลับมาอีกรอบยังทันเลย ขณะนั้นเวลา 15.00 น.

เราได้ตั๋วคอนวันที่ 29 มาทั้งหมดสามใบ ความตั้งใจตอนแรกคือจะพาน้องชายน้องสาวมาดูคอนเอ็กซ์ที่ญี่ปุ่นด้วยกัน  แต่ปรากฎว่าน้องสาวเราติดสอบเลยมาไม่ได้ (แอบเสียใจนะนั่น)  ตั๋วใบที่สามเราเลยขายต่อให้ Naki A ที่บังเอิญได้ไปทัวร์ญี่ปุ่นช่วงนั้นพอดี จริงๆ เจ้าตัวเป็นแฟน Glay แต่ไม่เคยดูคอนของ Glay ที่โดมเลยซักครั้ง  ก็ได้มาดูคอน X แทนเนอะ  ด้วยความชะล่าใจเราเลยนัด Naki A ไปว่า มาซักทุ่มแล้วกัน

และปรากฏว่า...เมื่อเรากับน้องชายกลับไปอีกครั้งก็หกโมงพอดี  เสียงกลองดังตึงๆๆๆ ออกมาจากโดม สองพี่น้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก "เฮ้ย ชายโยมันฟื้นมาตีกลองแล้ว" เห็นคนวิ่งตาตั้งเข้าโดมกันจ้าละหวั่น อ่า...สรุปว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ชะล่าใจซินะ  กดโทรศัพท์เรียก Naki A ให้รีบมาแทบไม่ทัน (กรีดร้อง) หกโมงครึ่งโน่นถึงได้วิ่งตาตั้งเข้าโดม  ซึ่งตอนนั้นก็จบช่วงแรกไปแล้ว (โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ)

Song List

1. FOREVER LOVE
2. RUSTY NAIL
3. WEEK END
4. PATA solo
5. DRAIN
~MC~
6. LONGING (TOSHI, PATA, HEATH)
7. YOSHIKI piano solo
8. WITHOUT YOU
9. I.V. (Toshi singing with fans)
10. I.V.
11 .KURENAI (with SUGIZO)
~ENCORE~
12. CITY OF DEVILS (Violet UK- SUGIZO, PATA, PunkScandal, Richard Fortus)
13. YOSHIKI drum solo
14. Tears
~ENCORE~
15. WORLD ANTHEM (S.E.)
16. X (with SUGIZO, Wes Borland and Richard Fortus)
    
เรานั่งตรงกลางบนสแตนชั้น 2 ถ้าคนที่เคยดูดีวีดีคอนที่โตเกียวโดมจะสังเกตเห็นตาข่ายที่เขาเอาไว้ดักลูกเบสบอลชิมิ นั่นเลย นั่งอยู่ตรงไอ้ตาข่ายนั่นเลย  ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มีความใกล้เลยแม้แต่น้อย ขนาดอยู่แถวที่สามจากข้างหน้าแล้วนะ คุณน้องบอกให้ทำใจไว้ เพราะไม่ว่านั่งอยู่ตรงไหนในโดมก็จะเห็นหัวคนบนเวทีเท่าหัวไม้ขีดอยู่ดีนั่นล่ะ ต่อให้เป็นอารีนาก็เหอะ (กระซิก)

ด้วยความที่เข้าไปตอนที่ดับไฟแล้วเลยรู้สึกว่าโดมเล็กว่าที่คิด  บนเวทีตอนนี้มีโทชิ พาตะ และฮีทนั่งจับกีตาร์โปร่งอยู่  เดาว่าคงเล่นเพลงอะคูสติกเหมือนเมื่อวานนั่นแหละ  เตรียมจะร้อง Say Anything อยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าเพลงที่เล่นคือ Longing ช็อคไปเลยค่ะ สรุปว่าเพลงที่เล่นในแต่ละวันไม่เหมือนกันเรอะ งั้นไอ้ที่เราพลาดไปก็พลาดแล้วพลาดเลยอ่ะดิ (โฮหนักกว่าเก่า) ตะ...แต่ว่า Longing เพราะอ่ะ เพราะมากกกก เราฝันว่าจะได้ฟัง Longing ในคอนมาตั้งนานแล้ว  เนื่องจาก Longing เป็นเพลงยุคกลางของ X เลยทำให้เราได้ดู Live ของเพลงนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับเพลงช้าเพลงอื่นๆ เพราะ Live ของ X ที่ถูกนำมาเผยแพร่บ่อยๆ มักจะเป็น Live ปี 1992 กับปี 1997 ช่องว่างระหว่างนั้นชายโยมันเพิ่งจะเอามาออกเป็นดีวีดีเอาปีนี้เอง ส่วนตัวอยากฟังคลาสิคเวอร์ชั่นมากที่สุด (ได้คืบจะเอาศอก) แต่ได้ฟังเวอร์ชั่นอะคูสติกแบบนี้ก็ดีใจเหมือนกัน

หลังจากนั้นคุณชายขึ้นมาโซโล่เปียโนและเล่นเพลง with out you กับโทชิ  เพลงนี้เป็นเพลงที่ถูกคาดหวังไว้มาก  เพราะชายโยเล่นประกาศตั้งนมนานว่าเป็นเพลงที่แต่งเพื่อฮิเดะ และมีแต่โทชิเท่านั้นที่จะร้องเพลงนี้ได้ เมื่อสิบปีก่อนเราเคยจินตนาการว่ามันต้องเป็นเพลงที่เศร้ามากๆ แน่ๆ ต้องทรมาน ต้องบีบหัวใจตายไปเลย   แต่พอมาได้ฟังจริงๆ แล้วกลับไม่เศร้าอย่างที่คิด เป็นเพลงที่มีอิมเมจคล้ายๆ เพลง Tear ด้วยซ้ำ  เรียกว่าอะไรล่ะ "เพลงให้กำลังใจ" ล่ะนะ  ยิ่งมาดูความหมายของเพลง มันช่างหวานหยาดเยิ้มจริงๆ แน่ใจนะว่าแต่งให้ฮิเดะไม่ได้แต่งให้โทชิ!!! โยชิกิคงเลือกที่จะแต่งเพลงสำหรับคนที่ยังอยู่มากกว่าคนที่จากไป ที่รู้สึกคล้ายเพลง Tearเพราะ Tear ก็เป็นเพลงที่โยแต่งให้พ่อที่จากไปของเขาเหมือนกัน

อย่างไรก็ดี เพลงของโยชิกิไม่เคยสมบูรณ์แบบซักกะเพลง คอนครั้งนี้เขาเล่น with of you เปียโนเวอร์ชั่น  เดี๋ยวคราวหน้ามันต้องมีคลาสสิคเวอร์ชั่นออกมาแหงๆ  ตามด้วย Last Mix ซึ่งฟิลลิ่งมันอาจจะไม่เหมือนกันเลยก็ได้   การได้เป็นสาวกเอ็กซ์มีข้อดีอยู่อย่างคือพวกเขาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่เคยทำให้เราเบื่อเลย

เพลง with out you ที่ว่าเพราะแสนเพราะยังไม่สามารถเรียกน้ำตาจากเราได้ หึ หึ หึ ต่อมน้ำตาแตกเอาเพลง I.V. นั่นล่ะ ไม่ได้น้ำตาไหลเพราะว่าซาบซึ้งกับเพลงหรอกนะ  แต่เพราะคู่สามีภรรยาบนเวทีต่างหาก ก่อนเพลง I.V.จะเริ่มบรรเลง โยชิกิดีดเปียโนแล้วปล่อยให้โทชิสอนคนในโดมร้องเพลงใหม่ของพวกเขา ให้ร้องแค่สองประโยค  In the rain กับ find a way ซักพักคุณชายเริ่มอู้ปล่อยให้แขกรับเชิญอย่างโซ่เล่นกีตาร์กำกับแทน  แล้วตัวเองก็เดินลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้นตามสไตล์  (โยชิกิรักพื้นเวทีของโดมมากๆ เห็นไม่ได้ต้องเข้าไปกลิ้ง) โทชิเห็นโยนอนเข้าก็ไปนอนมั่ง  ทั้งคู่นอนเอาหัวชนกัน  คือว่า...ตอนนั้นความรู้สึกเรามันเอ่อล้นขึ้นมาจุกที่อกอย่างกระทันหัน  น้ำตาไหลแบบว่าห้ามไม่อยู่แย้ว  เราเองไม่ได้ร้องไห้แบบสะอึกสะอื้นมานานมากจริงๆ  ร้องแบบว่าไม่ไหวแล้ว  พวกนายอย่ามาทำซึ้งแถวนี้นะ  แฟนๆ อย่างฉันจะตายเอา และผ้าขนหนูที่อุตส่าห์ซื้อมาก็ได้ใช้ประโยชน์ตอนนี้  คิดอยู่แล้วล่ะว่าแค่ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาไม่พอหรอก (หัวเราะ)

เพลง I.V. ที่ถูกล้อว่าเป็นเพลงสำหรับผู้ชายวัยสี่สิบกว่าๆ เพราะกว่าที่คิดอีกน้า  ถึงเพลงเร็วยุคหลังของเอ็กซ์จะไม่หนักหน่วงเท่าเพลงยุคแรก  แต่ก็เป็นเพลงที่สมกับเอ็กซ์จริงๆ  Kurenai ก็ร้อนแรงสุดๆ  อยากได้สายรุ้งที่มันพุ่งออกมาชะมัด  รู้สึกว่าจะมีที่ญี่ปุ่นที่เดียวละมั้งที่สายรุ้งที่พุ่งออกมาแต่ละเส้นจะมีพิมพ์ชื่อคอนและชื่อวงเอาไว้  คอนที่เกาหลีก็ไม่มีแบบนี้

จบ Kurenai แฟนๆ เริ่มอยู่ไม่สุข  เพราะโทชิดันพูดก่อนกลับไปหลังเวทีว่า "บ๊าย บาย" อีหรอบนี้มันจะเปิดไฟไล่เลยรึเปล่าเนี่ย  เลยมีคนตะโกนอังกอร์แบบขำๆ ขึ้นมา  เล่นเอาฮากันทั่วหน้า  และแน่นอนว่าธรรมเนียมของเอ็กซ์ที่มักจะมีช่วงพักยาวเป็นพิเศษ แฟนๆ ว่างก็เล่นเวฟกัน  สแตนชั้นสองเป็นสแตนที่เล่นเวฟได้สนุกที่สุด  เพราะเห็นได้ชัดเจนที่สุด  พวกชั้นสามกับอารีนาพยายามเล่นมั่งแต่ก็ไม่เห็นชัดเท่าชั้นที่เรานั่งอยู่  เวฟกับเขาเกือบสิบรอบน่ะ  พอไฟในโดมเปลี่ยนสีอีกครั้งทุกคนจึงหยุดเล่นแล้วรีบลุกขึ้นยืน 

เคยเห็นญี่ปุ่นเอ๋อไหมคะ  โชว์ชุด Violet UK ที่เป็นการแสดงของแขกรับเชิญทำให้คนเกือบห้าหมื่นคนยืนเอ๋อและงุนงงว่า ตัวเองซื้อตั๋วมาดูคอนเสริต์วงร็อคจริงๆ รึเปล่า  แล้วไอ้แฟชั่นโชว์ของ H. NAOTO เนี่ยมันมาจากไหน ต่อให้มีพาตะมาเล่นกีตาร์อยู่ด้านหลังก็เหอะ  แต่แฟนชั่นโชว์ชุดชั้นในเนี่ยมันเกี่ยวอะไรด้วย  และด้วยความที่คนญี่ปุ่นเป็นพวกมารยาทงาม  จบโชว์จึงพอได้ยินเสียงตบมือเปาะแปะ  ถือเสียว่าเป็นมุกหาเรื่องพักเหนื่อยของบรรดาชายชราล่ะมั้ง

และไฮไลท์ของคอนก็มีถึง  Drum solo ของโยชิกิล่ะ  เราเคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมคนมักจะพูดว่า Drum solo ของคุณชายถึงเป็นไฮไลท์  ถึงเป็นแฟนโย แต่เรากลับรู้สึกมาตลอดว่า Drum solo เป็นอะไรที่น่าเบื่อ นาน เห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยแทน  แต่พอมาฟังในคอนแล้วถึงเข้าใจว่า  ทำไมทุกคนถึงเรียกมันว่าไฮไลท์  เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่หาดูง่ายๆ น่ะซี่ คุณชายเธอฟาดกลองแต่ละทีเสียงหัวใจรู้สึกเหมือนโดนฟาดไปด้วย ผู้ชายที่ตีกลองด้วยจังหวะหนักหน่วงที่ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กดดันตลอดเวลา 15 นาที รอบข้างจะมีแต่เสียงพึมพำ "สุโก้ย" ส่วนเราอยากตะโกนให้เขาหยุดตีซักที ตีมากๆ จะตายเอาได้นะ TOT เป็น Solo ที่ "สะกด" คนทั้งโดมให้เงียบฟังได้  ไม่ใช่นิ่งงงเหมือนแฟนชั่นโชว์เมื่อครู่ โยชิกิช่างเป็นผู้ชายที่น่ากลัวจริงๆ  

แล้วโทชิก็ร้องเพลง Tear ขึ้นมา ตามปกติควรเป็น Forever Love แต่เป็นเพลง Tear ก็แปลกใหม่ไปอีกแบบ  โยชิกิกับโทชิกอดกันอีกแล้ว ห้า ห้า ห้า แต่เขากอดกันด้วยรอยยิ้ม เราก็พลอยสุขไปด้วย ถึงจะยิ้มทั้งน้ำตาก็เหอะนะ  ทุกคนกลับไปหลังเวทีอีกครั้ง แฟนๆ พากันตะโกนอังกอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครยอมนั่งเลย

เมื่ออายุมากขึ้นมุกจะแพรวพราวขึ้นด้วยรึเปล่านะ  เพราะอังกอร์ไปเกือบสิบนาที จู่ๆ ไฟในโดมก็เปิดสว่างโร่ พร้อมเสียงผู้หญิงพูดแจ้วๆ  ขึ้นมา  ฟังไม่ออกแต่รู้ว่ามันประกาศไล่คนออกจากโดมแน่ๆ เคยได้ยินเสียง "เห" ที่ดังที่สุดในโลกไหมจ๊ะ  มาฟังได้ที่คอนเอ็กซ์จ๊ะ  ทุกคนพร้อมใจร้อง "เห" ออกมาด้วยเสียงโครตดัง  แต่มีคนไทยอยู่ตรงนี้สามคนร้องว่า "หา" แทน  แล้วคุณชายก็วิ่งออกมา ให้รู้ว่าเมื่อกี้น่ะล้อเล่น เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดได้น่าดู  ตามปกติมันควรมีของมาแจกไม่ใช่เรอะ  แต่ทุกคนมามือเปล่าและเริ่มบรรเลงเพลง X

ในที่สุดเราก็ได้โดด X jump แล้ววววววววววววววววววววววว

Night of Destruction เป็นคืนที่ทำให้เราหลับฝันดี สิ่งที่คาใจในชีวิตหมดไปแล้วหนึ่งอย่าง >O<


Mar 30,2008 ~Night of Creation~

เราซื้อตั๋ววันที่ 30 จากหน้าคอนล่ะ  ระหว่างที่เดินไปรับตั๋วของวันที่ 29 จากเพื่อนที่นั่งรออยู่ที่ร้านอาหารด้านนอกโดม  สายตาเราก็เหล่ไปเจอป้ายที่มีคนชูเอาไว้ว่าขายตั๋ว  จริงๆ เขาชูของวันที่ 29 แต่เราดันบอกว่า อยากได้วันที่ 30 สองใบเขามีไหมป่ะ  สรุปว่ามีค่ะ  ตั๋วราคา 12,500 เขาขายแค่ 10,000 แสดงว่าที่นั่งไม่ดี  แต่เอาเหอะ  นั่งที่ไหนก็ได้  เพราะเราขี้เกียจหาแล้ว แต่ที่ขำคือระหว่างที่ซื้อขายต่อรองอยู่นั้น คนขายไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษแม้แต่คำเดียว  ยังอุตส่าห์ค้าขายกันรอดอีกน่อ

ด้วยความกลัวที่จะพลาดเหมือนเมื่อวานอีก  วันนี้เรากับน้องชายเลยไปถึงโดมตรงเวลา  ฝนตกเล็กน้อย  ไปถึงจึงรีบเข้าโดมเลย คราวนี้เข้าทาง gate 40 ซึ่งอยู่ด้านบน gate 22 ทางเข้าเมื่อวาน รู้สึกเสียวๆ อย่างบอกถูก  และเป็นอย่างที่กลัวจริงๆ  ตั๋วที่ซื้อมามันคือที่นั่งชั้นสาม แถมอยู่ประมาณแถวที่ 3 นับจากยอดโดมเสียด้วย ห้า ห้า ห้า ห้า เรียกว่าไกลสุดกู่เลยทีเดียว  ก่อนหน้าจะบินเนี่ย  การได้ตั๋วยอดโดมถือเป็นหนึ่งในฝันร้ายของเราเลยนะ  แต่พอได้มานั่งจริงๆ กลายว่าดีกว่าที่คิด  เพราะสามารถเห็นเวทีได้ทั้งหมด  และยังได้รู้อีกว่า จริงๆ แล้วโดมมันยิ่งใหญ่แค่ไหน  แต่สูงอ่ะ  คนที่นั่งสแตนด์ชั้นสามเนี่ยกล้าโดดเอ็กซ์จัมป์ได้ไงฟ่ะ

ความที่เข้าก่อนเวลา  และเอ็กซ์ดันเล่นเลทไปครึ่งชั่วโมง  ทำให้ได้สังเกตรอบๆ ตัว เรื่องที่แปลกใจมากๆ คือ คอนนี้มีผู้ชายมาดูเยอะมาก ตอนแรกคิดว่าอัตราส่วนชายหญิงเท่ากันๆ 1:1 แต่หลังๆ ชักเปลี่ยนใจ รู้สึกเหมือนว่าผู้ชายมันเยอะกว่าแฮะ เป็นครั้งแรกของการดูคอนเสริตจริงๆ ที่ไปแย่งซื้อของหน้าคอนกับผู้ชาย  ผู้ชายตัวสูงๆ ที่เข้าแถวหน้าเรามันได้ถุง X ใบสุดท้ายไป T0T (อดเลยถุงอ่ะ) การที่ผู้ชายมาดูเยอะๆ ก็ถือว่าได้บรรยากาศไปอีกแบบ ได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนเรียกชื่อ โทชิ ฮิเดะ ฟังแล้วเฉยๆ  แต่ถ้าผู้ชายตะโกนเรียกชื่อโยชิกิ (สุดที่รัก) ปุ๊บ ขนแขนอิฉันสแตนอัพขึ้นทันที (ไม่รู้ว่าเพราะอะไร) อ้อ...แล้วเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ตะโกนเรียกชื่อ โยชิกิ ตามสำเนียงญี่ปุ่นเด๊ะๆ ไม่ใช่ โย...ลากเสียงต่ำแบบคนไทย แต่เป็น โย้ยยย...ชิ...กิ (ชอบนะนั่น) ว่าไปฝรั่งหัวทองๆ ก็มาดูเยอะเหมือนกัน  แล้วกล้องก็ชอบซูมเอาขึ้นจอซะจริง คงอยากโชว์ว่า ชายโยประสบความสำเร็จในตีตลาดระดับโลก (go inter ของแท้ว่างั้นเหอะ) แต่บางทีฝรั่งที่มาดูอาจจะพอๆ กับคนเอเชียที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นมาดูก็ได้นะ  ด้วยความที่เป็นคนเอเชียเหมือนกันเลยดูกลืนไปหมดก็ได้  ที่เรานับนิ้วดูเฉพาะคนไทยที่บอกว่าไปดูน่าจะเกิน 20 คนด้วยซ้ำ

สองวันที่ดูคอน เราได้เพื่อนบ้านแปลกๆ ด้วยล่ะ  อย่างวันที่ 29 ด้วยความที่เข้าไปเลทไฟก็มืดแล้ว  ทำให้เห็นคนที่นั่งข้างๆ เป็นเงาลางๆ คิดเอาเองว่าเป็นเด็กผู้หญิงไม่ประถมก็ม.ต้น มาดูคอนคนเดียว เพราะตัวเธอเล็กมากสูงไม่ถึงอกเรา ถึงตัวเล็กแต่เล็กพริกขี้หนูน่อ  เพราะชีอินกับคอนมากเป็นพิเศษ  บทเพลงช้าชีก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย บทเพลงเร็วชีก็โยกหัวสุดชีวิต  พอไฟสว่างถึงได้เห็นว่าชีไม่ใช่เด็กอย่างที่เราคิด  น่าจะประมาณมหาลัยด้วยซ้ำ  เห็นบ้าๆ อย่างนี้แต่ตัวจริงเป็นคนญี่ปุ่นที่ไนซ์มาก  เพราะเป็นคนแรกที่พยายามพูดภาษาอังกฤษกับเรา  ถามเราขึ้นมาก่อนว่า มาจากไหน  ดีใจนะเนี่ย  ในที่สุดก็มีคนยอมคุยด้วยแล้ว >O<

ขณะที่วันที่ 30 มีเพื่อนบ้านเป็นชายหนุ่มที่คอสฮิเดะมาดูคอนกับแฟนที่คาดว่าคงไม่ใช่แฟนเอ็กซ์ (แต่โดนลากมาแหงๆ) รายนี้รู้สึกว่าออปคอสยังไม่ครบ เลยให้แฟนแต่งหน้าทำผมให้ระหว่างรอคอนเริ่ม  พอแต่งเสร็จก็เปลี่ยนมาแต่งให้แฟนตัวเองบ้าง ปกติมันควรให้ผู้หญิงแต่งตัวก่อนไม่ใช่เรอะ  อย่างไรก็ดี ชายหนุ่มผู้นี้ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษพอควร  จริงๆ เขาต้องนั่งติดกับเรา  แต่เจ้าตัวคงรู้ถึงความบ้าพลังของตัวเองกระมัง  ซักพักเลยเปลี่ยนให้ตัวแฟนสาวมานั่งติดกับเราแทน แอบโล่งใจเป็นอย่างมาก เพราะฮีในวันนี้อินจัดไม่ต่างจากชีเมื่อวาน แถมยังมีออปประหลาดๆ อย่างแว่นตาเรืองแสง  จนเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งขึ้นมาเตือนให้ถอดออก

ระบบการจัดการของโตเกียวโดมมันดียังงี้เอง  เรารู้สึกว่าเจ้าหน้าที่เขาตั้งใจทำงานดี  สต๊าฟสนใจคนดูไม่สนใจโชว์บนเวที  แอบนึกอยู่นะว่าแว่นตาเรืองแสงตลกๆ อันเดียวทำไมต้องห้ามด้วย แต่ถ้าคิดถึงบรรยากาศโดยรวมของคอนเสริต  คงไม่มีใครอยากจะเห็นอะไรขำๆ ระหว่างที่ทุกคนกำลังซึ้งกันหรอก   เทียบกับคอนที่จัดในเมืองไทยที่ต้องรับสมัครสต๊าฟทุกครั้งที่จัดงาน  สต๊าฟที่ได้มักจะเป็นสตาฟผีที่อยากมาดูคอนฟรีมากกว่า ไม่สนใจหรอกว่าคนดูจะทำอะไรบ้าง  ขณะที่การ์ดอย่าให้พูดถึง เล่นไปจ้างทหารมาเป็นการ์ด  ระเบียบคอนเสริตบ้านเราเลยเป็นระบบทหาร (โหดเว่อร์) โหดพอๆ กับการ์ดที่เกาหลี ไม่เหมือนญี่ปุ่นที่พอเราทำอะไรไม่ถูกต้อง เขาก็จะวิ่งเข้ามาบอกเป็นรายๆ ไป ซึ่งคนโดนเตือนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมีเถียงกลับบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตาม  อ่า...จะว่าไปที่การ์ดของเราดุเพราะเด็กไทยไม่ค่อยมีมารยาทด้วยล่ะ  (ยอมรับ) ตอนที่ไปตามเอสเจในงานทรู การ์ดมาบอกให้น้องคนนึงอย่าขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ  เด็กนั่นหันมาแว่ดว่า "โหย พี่ขอนั่งแป๊บเดียวเอง" แล้วชีก็นั่งต่ออีก 1 ชั่วโมง -0-

พูดถึงแว่นเรืองแสง ทำให้นึกได้ว่าคอนนี้เป็นคอนแรกที่คนแก่อยากมีแท่งไฟของตัวเอง เนื่องจากอารยธรรมแท่งไฟเป็นอะไรที่ไม่ได้อยู่ในยุคนั้น (ยุคที่เขาเป็นวัยรุ่น) จะทำแท่งไฟทีเลยทำออกมาตั้งสามสี คงกะให้ใช้ในคอนสามวัน วันละสี  แต่เพราะ...ไม่นัดแนะกับแฟนคลับให้ดี  ในคอนเลยมีไฟครับทั้งไฟสีแดง สีน้ำเงิน และสีขาว อ่า...มันคือธงชาติไทยชัดๆ

เล่าบรรยากาศรวมๆ ของคอนวันสุดท้ายไปแล้ว  ในส่วนของการแสดงจะพูดเจาะเฉพาะไม่กี่เพลง ล่ะน่อ

Song List

1.Tears
2.Rusty Nail
~暴れん坊将軍~
3.Week End
4.PATA SOLO
5.HEATH SOLO
6.HIDEの部屋 (MISCAST~DOUBT)
7.S.E. (Earth in The Dark By TOSHI)
8.X JAPAN各メンバーのプロモーション
9.Forever Love ~ Acoustic Ver.(TOSHI, PATA, HEATH)
10.Without You
11.I.V. (アカペラ合唱 - A capella choir (Toshi singing with fans))
12.I.V.
13.紅
14.ORGASM
15.曲名不明 - CITY OF DEVILS (Violet UK- SUGIZO, PATA, PunkScandal, Richard Fortus)
16.YOSHIKI DRUM SOLO
17.Endless Rain
~Encore~
18. Prologue ~World Anthem
19. X
20. Art of Life
21. Say Anything (S.E.)
22. Forever Love (Last Mix) (S.E.) (feat. giant hide plushie)

ปกติ  X เป็นวงที่เล่นคอนใช้เวลานานกว่าชาวบ้าน ทำให้ค่าตั๋วแพงกว่าชาวบ้านด้วยรึเปล่า อันนี้ไม่อาจทราบได้  แต่เพราะเล่นนานดีวีดีคอนที่ออกมาเลยเป็น 3 แผ่นต่อ 1 วันที่ทำการแสดง  แต่ด้วยความที่ห่างเหินจากเวทีไปนาน คาดว่าถ้าคอนวันแรกทำดีวีดีออกมา คงได้แค่ 1 แผ่น  วันที่สองก็ 2 แผ่น วันสุดท้ายนี่สิถึงจะเป็น 3 แผ่น  (กลับมาคืนฟอร์มเดิม) คิดถูกจริงๆ ที่ยืนยันมาดูคอนวันสุดท้าย  เพราะสิ่งที่แฟน X ควรทำนอกจากการโดด  X jump และการเล่น wave เราได้ทำหมดเลย ทั้งการโยกหัวไปกับเพลง ORGASM ที่ลุงๆ อุตส่าห์ขุดขึ้นมาเล่น การร้องเพลง endless rain ที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ เพื่อรอเขากลับขึ้นเวทีอีกครั้ง (วันนี้ไม่มีมุกเสี่ยวๆ มาหลอกคนดูเหมือนเมื่อวาน) รวมถึงยกมือไปพร้อมๆ กับพวกเขาตอนออกมาการขอบคุณแฟน

วันนี้โทชิทำเราน้ำตาร่วงอีกแล้วด้วยเพลง Forever Love ตอนที่เขาร้องเพลงนี้ในงานศพฮิเดะ เราคิดว่าโทชิคุมสติได้มั่นมาก เพราะร้องจนจบเพลงได้ ถึงจะร้องไห้แต่ก็ร้องเพลงทั้งที่ปาดน้ำตานั่นแหล่ะ  แต่ Forever Love ในครั้งนี้ โทชิร้องหลังจากพูด MC ยาวมากๆ ครั้งสุดท้ายที่เห็นเขา MC ยาวขนาดนี้คงเป็นคอนที่โดมปี 1992 ล่ะน่ะ  ฟังไม่ออกแต่รู้ว่ามีโฆษณาขายของแน่ (ฮา) และคงขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนช่วยในการจัดคอนเสริต และคงพูดอะไรสักอย่างถึงฮิเดะแน่ๆ แล้วก็สติหลุดไปเลย โทชิร้องไห้แบบว่าไม่ไหวแล้ว  เคยเห็นเขาร้องไห้ขณะร้องเพลงมาหลายครั้ง แต่เราว่าครั้งหนักสุด คือร้องจนไม่เป็นเพลงเลยทีเดียว ความซวยมันมีอยู่ว่า Forever Love เป็นเพลงที่แฟนๆ ช่วยร้องไม่ค่อยได้ด้วย เสียงมันสูงเกิ๊น และเราว่าแฟนส่วนใหญ่พากันร้องไห้ตามโทชิไปมากกว่า เราเองก็ด้วย

การกลับมาในครั้งนี้โยชิกิอาจจะเป็นคนที่ดีใจมากที่สุด แต่โทชิเป็นคนที่ได้กำไรที่สุดแฮะ ^^; นอกจากจะได้กลับมาคืนดีกับเพื่อนที่รักกันมากที่สุดแล้ว เขายังได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างดีด้วย ส่วนเรื่องเงินทองชื่อเสียงมันเป็นอะไรที่ต้องตามมาอยู่แล้ว

เพราะคอนยาวกว่าทุกวัน  พอจบเพลง X แฟนบางส่วนก็เตรียมเก็บข้าวเก็บของเตรียมวิ่งไปขึ้นรถไฟใต้ดิน  ปรากฎว่าถึงเพลง X จะจบลง พวกเมมเบอร์เข้าไปหลังเวทีแล้ว ในโดมกลับเปิดเปียโนโซโล่ของโยชิกิ หลังคาโดมฉายภาพโปรโมท single "Art of Life" คนที่เตรียมตัวจะออก เปลี่ยนใจมานั่งที่ตามเดิม  และ X ก็กลับมาเล่นเพลง "Art of Life" เป็นการปิดฉากคอนอย่างสมบูรณ์ 

"เว้ยเฮ้ย มันเล่นเพลงนี้จบได้จริงๆ ด้วย" (หัวเราะ)

คอนจบแล้ววววว  แต่คนดูไม่ได้จบนี่นา  ไหนว่าจะดูแค่วันเดียว  ทำไมถึงกลายเป็น 3 วันไปได้   (แงงงง)  แล้วเป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย กลับไปรู้สึกเหมือนเมื่อสิบปีก่อนอีกครั้ง (สาวขึ้นมากระทันหัน) แม้ว่าอารมณ์คลั่งไคล้แบบวัยรุ่นจะลดลง  แต่สำหรับ X Japan เป็นอะไรที่หนึ่งเดียวในดวงใจสำหรับเราจริงๆ  หลังจากนั้นถึงจะไปบ้าไอ้โน่นบ้าไอ้นี่ ตามกิ๊กหนุ่มคนนั้นคนนี้ และทำอะไรตั้งหลายอย่าง แต่คงไม่มีอะไรที่ทำให้เราบ้าได้เท่ากับ X อีกแล้วล่ะ

ย้อนกลับไปดูตัวเองเมื่อ 10 ปีแล้ว  เราช่างเป็นเด็กที่ไร้กำลังจนน่าสมเพช  อย่าว่าแต่ญี่ปุ่นเลย ขนาดกรุงเทพสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างเรายังเป็นอะไรที่ห่างไกลเหลือเกิน  แต่ยังอุตส่าห์หวังว่าจะมีสักวันที่เราได้ไปเป็นส่วนร่วมในคอนเสริตของพวกเขา  แล้วความหวังมาดับวูบตอนที่ประกาศแยกวง จนดับสนิทตอนที่ฮิเดะเสีย  นึกถึงตัวเองตอนที่ร้องไห้แทบเป็นแทบตายในตอนนั้น  ใครจะคิดล่ะว่า 10 ปีต่อความหวังที่ว่าจะกลายเป็นจริงได้ ไม่เรียกว่า ปา-ติ-หาน ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้ว  เขากลับมาในช่วงที่เราโตเป็นผู้ใหญ่ รับผิดชอบตัวเองและคนรอบข้างได้แล้ว และมีกำลังพอที่จะติดตามความหวังที่เคยทอดทิ้งไปให้กลับคืนมา

เวลาคนถามว่า "เป็นไงไปดูคอนเอ็กซ์สนุกไหม" เรายังไม่รู้เลยว่าจะตอบว่ายังไงดี  ไม่สามารถตอบได้ว่า "ยอมเยี่ยมเพอร์เฟ็ค"เหมือนตอนไปดูคอนทงบัง  หรือตอบว่า "สนุกมาก ได้ใกล้ชิดเกาะติดจนเหงื่อของหนุ่มกระเซ็นมาถูกตัว"เหมือนตอนไปดูคอนเอสเจ  เพราะคอนของเอ็กซ์สำหรับเรามันไม่สามารถจำกัดได้ด้วยคำพูดน่ะซิ  ถึงมันไม่ช่วยเติมเต็มช่องว่างในหัวใจหรืออุดรูโหว่ที่พวกคุณๆ เคยทำร้ายจิตใจเรามาก่อน  ซ้ำยังทำให้รู้สึกโหวงไปทั้งตัวรวมถึงกระเป๋าในทันที  ไม่เข็ด...กลับมาถึงเมืองไทยแอบไปนั่งจิ้มราคาตั๋วเครื่องบินไปปารีสต่อพร้อมซื้อคู่มือนำเที่ยวมาอีก 1 เล่ม (หึ หึ หึ)

ท้ายนี้มีหลายคนที่ต้องขอบคุณที่ช่วยส่งกระเหรี่ยงอย่างเราไปโคชิเอ็ง
พ่อกับแม่ : ที่ช่วยสนับสนุนเงินทุนและแถมคนแบกกระเป๋ามาให้หนึ่งคน  ถึงแม้ว่าตอนที่ลูกบอกว่า จะไปดูคอน X Japan พ่อกับแม่จะถามกลับมาว่า "ไม่ใช่ว่าตายกันหมดทั้งวงแล้วเรอะ" ก็ตาม  (แอบแรง แต่เราไม่เคยโกรธพ่อแม่ได้ซักที)
น้องชาย : แทนที่จะได้ไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์ให้สบายใจ  กลับต้องมาเดินต๊อกๆ ตามพี่สาวที่ยื่นอะไรให้แล้วแกต้องแบก ซ้ำยังพาแกหลงอีกต่างหาก
น้องสาว : ที่ไม่งอแงมากนักที่ตัวเองอดดูคอน  แม้จะประท้วงโดยการนั่งอ่านหนังสือ "เที่ยวญี่ปุ่นไม่ง้อทัวร์" อยู่ในมุมมืดคนเดียว
คุณน้อง : ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับญี่ปุ่น คุณพี่ฟังทันไม่ทันบ้าง แต่ก็รอดกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย
คุณหมอกับ SGB : ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฮ่องกง  ทำให้ได้ใช้เวลาพักเปลี่ยนเครื่องได้อย่างคุ้มค่า
คุณกุ้ง : ที่เป็นธุระจัดหาตั๋วคอนเสริต
Naki A: ที่มาดูคอนเป็นเพื่อน  ไม่งั้นเรามีหวังต้องไปยืนขายตั๋วหน้าโดม  โดยไม่มีใครกล้าซื้อ เพราะแม่ค้าคนนี้พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ต่อให้ขายเก่งแค่ไหนก็เหอะ
เจร๊ : ที่ยอมให้ขาดงานเกือบอาทิตย์ 
yapapa และ Petshop : ที่ไม่เคยเหนี่ยวรั้ง  และปล่อยอิปร้าไปตามผู้ชายตามใจปรารถนา

ปล. ยังมีต่อภาคสอง แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเที่ยวญี่ปุ่น  5 วัน 4 คืน ล้วนๆ แล้วล่ะน่อ
ปล2. ปวดร้าวใจเป็นอย่างมากตอนที่กลับมาแล้วใครเจอหน้าต้องถามประโยคเด็ด "ได้ข่าวว่าโยชิกิสลบคากลองในคอนเหรอคะ" T0T
ปล3. พวก song list ของแต่ละวันไปจิ๊กมาจากตามอินเตอร์เน็ท  ปลาทองอย่างเราไม่มีความสามารถในการจดจำขนาดนั้นหรอก  ส่วนบทพูดบทสัมภาษณ์ทั้งหลายเป็นสิ่งที่เราไม่ได้แปลเอง แต่ฟังจากที่คนอื่นเขาเล่ามาอีกต่อ รูปภาพก็เหมือนกันไม่ได้ถ่ายเองโหลดมาทั้งนั้น รูปๆ เดียวที่หลงเหลือกลับมาก็คือรูปนี้

ตัว X กลับหัวอีกต่างหาก แง่ม~~~`

ปล4. ขออภัยปีนี้คงไม่ได้รดน้ำใครใน exteen เพราะจากอัพ entry มีภาระกิจด่วนที่ต้องไปทำจ้า

edit @ 2 Nov 2008 13:53:11 by toy_ting

edit @ 2 Nov 2008 13:54:21 by toy_ting

Comment

Comment:

Tweet

แล้วคุณได้ไปดู yoshiki เปิดตัว website เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่สยามพารากอนยังค่ะ

#70 By เปล่งฉวี (117.121.208.2) on 2008-09-19 10:54

ขอบคุณที่มาเล่าให้ฟังค่ะ ง่า .... น่าอิจฉาชะมัด ...big smile

#60 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2008-06-22 20:53

ฮ้า --- อ่านอย่างอิ่มอกอิ่มจายยยยยย
อาเฮียแกดูไม่ต่างจากเดิมกันเล้ย
สบายจายแหละ

#8 By xiaolin (124.121.87.129) on 2008-04-22 15:58

รูปถือผ้านี่สำเนาถูกต้องชัด ๆ

#6 By { tairataraban } on 2008-04-18 00:32

ทำไมจาถือผ้าโชว์ทั้งที ไม่ถือให้มันถูกด้านเล่า sad smile กลับหัวมาเชียว

คราวหน้าเราวางแผนว่าจาไปดูที่ไต้หวันแหละ เพราะว่าฮ่องกงไปหลายครั้งแล้ว อยากไปเที่ยวไต้หวันบ้าง เหอๆๆconfused smile

p.s. คุณพี่เขียนแล้ว เค้าก้อไม่ต้องเขียนแล้วสินะ ดูก้อดูรอบเดียวกัน มันคงไม่มีอะไรแตกต่างหรอก (ยกเว้นที่ว่าเราต้องนั่งหวาดเสียวอยู่เป็นนานว่ากลองของเฮียจาตกใส่หัวรึเปล่า sad smile)

#5 By imai283 on 2008-04-17 19:12

อ่านแล้วกรีดร้องยังไงไม่รู้ ..
คิดถึง X คิดถึงลุงๆๆ โฮกกก

ทั่วฮ่องกงจะติดหนึบไปด้วยนะค้า บอสสส

#4 By เฟียร์ . Fiar on 2008-04-17 14:18

โอย อ่านยาวนานมาก แต่ไม่น่าเบื่อเลย เรื่องของXเนี่ย
ขอบคุณพี่ติ่งที่มาเล่าบรรยากาศให้ฟังนะคะ มันสุดยอดมากเลย โอย ดีจังเลย~~~ อยากจะไปสัมผัสXดูบ้างซักครั้งเหมือนพี่ คาดหวังให้พวกเค้ามาทัวส์ที่เมืองไทยดังข่าว
ฮิเดะในภาพนั้นนึกว่าเป็นภาพจากคอนเก่าๆซะอีก ที่แท้เป็นภาพโฮโลแกรมในคอนหรือนี่ สุดยอดจริงๆ เหมือนฮิเดะยังอยู่ ทั้งทีไม่อยู่...
X is forever!...

#3 By AnAn on 2008-04-17 14:11

ท่านเนี่ยน่าไปเขียนรีพอร์ตลงหนังสือจริงๆ น้า

เห็นสามีมีความสุข ภรรยาก็ดีใจค่า ไว้คราวหน้าเราไปดูคอนจอนนี่ด้วยกันบ้างนะ (มีภรรยามีเงินนะเคอะ)

#2 By อคาชา+นะโอ on 2008-04-17 12:49

T___T คิดถึงลุงๆ
แง่มๆ เอาไว้เรียนจบมหาลัยเมื่อไร
จะซื้อตั๋วไปญี่ปุ่นนะคะ

ขันน้ำ ขันน้ำ แวะมาสาดให้ ไม่ว่ากันใช่ไหมคะ..

#1 By l)eityZel2o♥ on 2008-04-17 12:19