เมืองไทยร้อนบัดซบ ขณะที่ญี่ปุ่นยังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเป็นเทศกาลของการทัวร์คอนเสริต์แล้วค่ะ  ทำให้ก่อนหน้านี้ญาติโยมทั้งหลายโทรกริ๊งกร๊าง ฝากฝังเรื่องจองตั๋วคอนกันกระจาย  ทั้งคอน X Japan คอน Tohoshiki คอนคัตตูน ไหนจะตั๋วละครเวทีอีก ชักรู้สึกว่าตัวเองทำตัวเป็นเอเยนต์ส่งแฟนคลับไปดูคอนเสริต์ที่ญี่ปุ่นยังไงก็ไม่รู้  ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น และไม่ได้ไปดูคอนเสริต์กับเขาสักหน่อย  แต่หวังจะฝากซื้อของหน้าคอนราคาทุนล่ะซี่ (หัวเราะ) ในเมื่อถลำลึกมาจนถึงป่านนี้แล้ว ก็ไม่รู้จะบ่นไปทำไมน่อ

วันนี้เป็นวันว่างเลยเอากระทู้ที่เขียนลงในบอร์ด X Japan มาปรับใหม่เพื่อลงใน exteen เป็นเวอร์ชั่นทั่วๆ ไปสำหรับคนที่มีศิลปินในดวงใจไปเปิดแสดงคอนที่ Tokyo Dome และมีความคิดอยากจะตามไปดูสักครั้งในชีวิต  คิดว่า entry นี้น่าจะพอให้ข้อมูลและเป็นไกด์ได้ในระดับหนึ่ง ^^

ยังไงก็ออกตัวไว้ก่อนเลยนะ ว่าเราเองในชีวิตนี้เคยไปญี่ปุ่นมาแค่ครั้งเดียว เพียงแต่ว่าครั้งนั้นแบกเป้ไปเพื่อดูคอนเสริต์ X ที่โตเกียวโดมโดยเฉพาะ  ข้อมูลส่วนมากเลยมาจากประสบการณ์ของตัวเอง อาจจะขาดตกบกพร่องบ้าง แต่ยังไงก็อยากเสนอหน้ามาเล่าประสบการณ์ของตัวเองอยู่ดี  ผิดถูกอย่างไร  ผู้รู้ท่านอื่นช่วยเสริมหรือเพิ่มเติมให้จะขอบคุณมาก 

Intro

มาจะกล่าวบทไปถึง Tokyo Dome หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "Big Egg"  ให้พูดอะไรกับสถานที่นี้ดีล่ะ  (หัวเราะ) คนที่ฟังเพลงญี่ปุ่นหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อและรู้จักคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว  เพราะมันเป็นฮอล์ลขนาดใหญ่อยู่ใจกลางเมือง และเป็นสนามของทีมเบสบอลยักษ์ใหญ่อย่างทีมไจแอ้นท์ (ทีมประจำเมืองโตเกียว) ซึ่งถ้าว่างเว้นจากฤดูกาลแข่งขันก็จะใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสริตของศิลปินญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงรวมถึงดาราระดับโลก  เรียกว่าถ้าไม่ดังจริงจัดคอนที่นี่ไม่ได้นะคะ  เนื่องจากโดมเวลาวางเก้าอี้จะจุคนได้ถึง 55,000 คน  ซึ่งเรียกได้ว่าโครตเยอะ จริงๆ จะจุคนได้เยอะกว่านี้ถ้าเอาเก้าอี้ออก  แต่บังเอิญมีข้อบังคับว่าเวลาเล่นคอนเสริต์ต้องจัดเก้าอี้และรันหมายเลข  ห้ามมีบัตรยืนเด็ดขาด  อย่างไรก็ดีเวลาการแสดงเริ่มก็ไม่เคยให้ใครนั่งสักทีนะ (เอิ๊ก)

เราไม่แน่ใจเรื่องข้อมูลมากนักว่าปัจจุบัน Tokyo Dome ยังเป็นสถานที่จัดคอนเสริต์ในร่มที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอยู่รึเปล่า  แต่ถึงจะเสียแชมป์ไปก็ไม่สามารถทำให้ Tokyo Dome ลดความศักดิ์สิทธิ์ลง  ว่ากันว่าศิลปินญี่ปุ่นคนไหนที่สามารถมาเปิดคอนเสริต์ที่ Tokyo Dome ได้ ก็ถือว่าได้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของในอาชีพการเป็นศิลปินแล้ว  ดังนั้น วินาทีนี้ ต้องปรบมือไชโยโห่ฮิ้วให้กับ Tohoshiki ด้วยแล้วกัน ที่ในเดือน ก.ค. ก็จะได้ไปเล่นที่โดมสักที ^^ (อยากไปดูนะเนี่ย)

1. การหาซื้อตั๋วคอนเสิร์ต

ข้อควรปฏิบัตข้อแรก : จงหาคอนเน็คชั่นที่ญี่ปุ่นซะ!

การแสดงคอนเสริต์ของญี่ปุ่นจะเป็นอารมณ์ประมาณว่า "ดีมานด์มากกว่าซัพพลาย" จงจำไว้  วงที่กล้าที่จะจัดคอนที่โดมก็ต้องคิดว่าตัวเองแน่พอควร  ดังนั้นจำนวนแฟนที่ต้องการได้บัตรจะมีมากกว่าจำนวนบัตรที่สามารถเอามาขายได้เสมอ! แถมบางครั้งวงก็แอบหยิ่งขายให้เฉพาะกลุ่มแฟนคลับตัวเองอีกต่างหาก ส่วนวงที่บอกว่ามีขายทางมินิมาร์ทด้วยอะไรแบบนี้ ก็มีขึ้นมาแค่ทำให้ดูว่ามีช่องทางการซื้อตั๋วหลายช่องทางเท่านั้น  แต่เอาเข้าจริงๆ ตั๋วมักจะหมดไปตั้งแต่รอบแฟนคลับแล่ว  ซึ่งเรื่องการเลือกที่นั่งไม่มีให้เลือกหรอก คุณเลือกได้แค่ว่าจะนั่งบัตรอะไร ราคาเท่าไหร่ แล้วก็วัดดวงแรมดอมที่นั่งเอาล้วนๆ  ดังนั้น การได้มาซึ่งตั๋วคอนที่ญี่ปุ่น  นอกจากจะต้องใช้กำลังภายในและวิทยายุทธพอควรแล้ว  ต้องพกดวงมาด้วยน่ะค่ะ

ส่วนราคาตั๋วคอนเสริต์  ถ้าเป็นจอนนี่ย์แฟมทั่วไปจะอยู่ที่ 6800 เยน เท่ากันหมดทั้งโดม ส่วนของโทโฮที่โดมยังไม่เปิดขายนะ  แต่ดูจากราคาตั๋วที่ไปทัวร์ที่อื่นก่อน  เข้าใจว่าบัตรมีหลายราคา แพงสุดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7 พันเยนรึเปล่านะ  อ่า...ส่วนของ X อย่าไปพูดถึงมันเลย แพงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่แล้วล่ะ (ไม่ว่าที่ไหนในโลก แฟนเอ็กซ์มันต้องจ่ายในราคาแพงเสมอ)

อย่างไรก็ดี...นั่นคือราคาที่ซื้อด้วยวิธีการปกติ  ในกรณีที่เราไม่สามารถจองได้ด้วยวิธีการปกติเหล่านั้นได้  หรืออาจจะจองแล้วแต่ว่าเกิดไม่ได้ตั๋วขึ้นมา  มันก็มีวิธีการที่จะได้ตั๋วมาด้วยวิธีการไม่ปกติ  และราคาก็ไม่ปกติเช่นเดียวกัน (เหอๆๆ) นั่นคือวิธีการประมูลค่ะ

แหล่งประมูลผ่านเวปที่นิยมกันมาที่สุดในญี่ปุ่นคือ Yahoo Auction

http://jeducation.com/THAI/sign/38_yahoo/yahoo.htm

รายละเอียดเกี่ยวกับ Yahoo Aution ตามลิงก์ข้างต้น

ว่ากันว่า (อีกแล้ว) ตั๋วที่นั่งดีๆ ในโตเกียวโดมราคาประมูลจะพุ่งไปได้ถึง 1 แสนเยน ไม่กล้าคิดเลยว่ามันพุ่งไปกี่เท่า  แต่ถ้าเป็นที่นั่งไม่ได้ดีมากมายอะไร  ราคาประมูลก็จะอัพเพิ่มขึ้นจากราคาเดิมเป็นเท่าตัวเหมือนกัน  จริงๆ มันขึ้นอยู่กับตัวคนประมูลด้วยล่ะค่ะ  ว่ามีลิมิตและงบมากน้อยแค่ไหน  ส่วนตัวไม่อยากให้ประมูลเกิน 30,000 เยนต่อใบ  ถ้าเกินกว่านั้น ถอยทัพออกมาเถอะค่ะ  แนะนำด้วยความห่วงใยต่อความปลอดภัยในกระเป๋าตังค์ 

อย่างไรเสีย  การประมูล ก็จำเป็นต้องมีคอนเน็คชั่นที่ญี่ปุ่นอยู่ดีนั่นแหละ  เพราะจะต้องมีคนโอนตังค์และรอรับบัตรให้ที่ญี่ปุ่นอยู่ดี

ดังนั้นข้อปฏิบัติข้อแรกเกี่ยวกับการซื้อตั๋วคอนที่ญี่ปุ่น  จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับระลึกต้นตระกูลน่ะค่ะ  ว่าเรามีญาติ พี่น้อง เพื่อน  หรือใครก็ได้ที่พอจะเป็นธุระจัดการเกี่ยวกับการจองแบบแฟนคลับหรือการประมูลตั๋วให้ได้บ้าง    

ข้อปฏิบัติข้อสอง : อย่าตัดสินใจบินไปตายเอาดาบหน้าเด็ดขาด!


ท่องเอาไว้ค่ะ ว่าคอนที่ญี่ปุ่น "ดีมานด์มากกว่าซัพพลายเสมอ" จะไปรอซื้อหน้างานเหมือนเมืองไทยไม่ได้เด็ดๆ นะคะ  บ้านเรารวมถึงเกาหลียังมีวัฒนธรรมบัตรยืนอยู่  ซึ่งจะยัดคนไปแออัดยัดเหยียดขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับผู้จัดล้วนๆ แต่โตเกียวโดมด้วยเหตุผลที่บอกข้างต้นค่ะ  เขามีหมายที่นั่งกำกับทุกที่  ถ้าบัตร Sold Out ก็หมายความตามนั้นจริงๆ

อย่างไรก็ดีจะบอกว่าไม่มีบัตรขายหน้างานเลยก็เกินไปค่ะ  คือที่เค้าเตอร์ไม่มีตั๋วจำหน่ายแน่  แต่การจัดคอนในฮอล์ลขนาดใหญ่อย่างโดมนั้น มันก็มีคนที่มีบัตรเหลือ  มาดูไม่ได้  ติดธุระ เอาไปประมูลไม่ทัน  รวมอยู่ด้วย  ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะรวมตัวยืนขายตั๋วกันอยู่บริเวณใกล้ๆ กับโตเกียวโดม  บนสะพานลอยที่เป็นทางเชื่อม  แถวๆ สถานีรถไฟ  จะชูป้ายยืนเรียงกันเป็นแถว  อย่างไรก็ดีที่นั่งที่เอาไปขายแถวนั้น   มักจะไม่ดีนัก  ก็แหม...ที่นั่งดีๆ เอาไปปั่นราคากันใน yahoo auction หมดแล้ว

เพราะงั้นแนะนำว่าถ้าไปดูคอนเสริต์ที่จัดหลายวันติดกัน  ให้หาตั๋วของวันใดวันนึงให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปเดินหาตั๋วของวันอื่นหน้าโดมก็พอลุ้นน่ะค่ะ  พกกระดาษแล้วปากกาเขียนป้ายขอซื้อตั๋ว (เป็นภาษาญี่ปุ่น) จะช่วยได้มาก  อ้อ...เวลาไปซื้อตั๋วหน้าโดม  ให้เลือกคนขายนิดนึงนะคะ  กรุณาเลือกคนที่หน้าตาดูเป็นแฟนคลับ  อย่าไปซื้อกะลุงแก่ๆ หน้าเหี้ยมๆ เด็ดขาด  พวกลุงๆ เหล่านี้คือแก็งค์ยากูซ่าค่ะ  มีอาชีพกั๊กตั๋วมาปล่อยขายในราคาขูดเลือดขูดเนื้อ  อย่าไปยุ่งด้วยเป็นดีที่สุด  ถ้าจะซื้อบัตรอยากให้ไปซื้อกับพวกแฟนๆ ช่วยเหลือพวกเดียวกันดีกว่าค่ะ  ต่อให้อยากดูแค่ไหนแต่อย่าไปสนับสนุนพวกที่เอาศิลปินมาหากินดีกว่าน่อ

2. การขอวีซ่า

http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm
รายละเอียดจากสถานทูตญี่ปุ่นค่ะ

คอนเสริต์ที่ประกาศกันตั้งแต่เนิ่นๆ  ทำให้แฟนคลับมีเวลาเตรียมตัวเยอะค่ะ  แต่รีบยื่นเอกสารหน่อยก็ดี ช่วง พ.ค. เป็นฤดูใบผลิของญี่ปุ่น  ที่สถานทูตจะงานยุ่งมาก  มีข้อแนะนำว่าเวลาไปสถานทูตญี่ปุ่นให้ไปแต่เช้าเลยนะคะ  ไปรับบัตรคิวก่อนก็ยังดี  ไปสายๆ บางทีคิวของเราอาจโดนปัดไปรอบบ่ายแทน  เสียเวลารออีก

3. ตั๋วเครื่องบิน

ถ้ามีกำหนดการบินแน่นอนชัดเจน และหากันตั้งแต่เนิ่นๆ  น่าจะหาตั๋วได้ราคาถูก  บินไปญี่ปุ่นตอนนี้  อย่าให้เกิน 20,000 บาท  เชียวนะคะ ได้เกินกว่า 2 หมื่นถือว่าแพงค่ะ  แต่ถ้าไปซื้อช่วงใกล้ๆ ค่าตั๋วถีบขี้นไปเป็นสามหมื่นก็ไม่น่าแปลกใจ

4. ที่พัก

มีให้เลือกเยอะ  แต่เดี้ยนภูมิใจเสนอ  "Hotel  Starplaza Ikebukuro" ที่ไปพักมาครั้งที่แล้ว

htt://www.star-hotel.co.jp

มีโรงแรมในเครือสองแห่ง อีกแห่งคือ  Hotel newstar ikebukuro อยู่ใกล้ๆ กันในย่าน  Ikebukuro ซึ่งใกล้ชุมสายรถไฟเขาล่ะ  ไปญี่ปุ่นอยากแนะนำให้เลือกที่พักใกล้ๆ กับชุมสายรถไฟก็ดีนะคะ  เพราะเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งชอปปิ้ง จะเป็นที่อิเคะหรืออูเอโนะก็ดีทั้งนั้นล่ะค่ะ

สำหรับโรงแรมแห่งนี้สามารถจองออนไลน์ได้เลย  โดยไม่ต้องมัดจำเงินล่วงหน้า  จองไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ  คอนที่จะจัดช่วง hi season ของญี่ปุ่น  ที่พักต้องจองล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ  แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกอย่างไร  ก็ช่วยเมลไปแจ้งเขาก่อนก็ยังดีนะคะ  เป็นการรักษามารยาทและรักษาหน้าคนไทยด้วยน่ะค่ะ

5. การเดินทางในโตเกียว

แน่นอนค่ะว่าพึ่งระบบการขนส่งมวลชนอย่างรถไฟเป็นหลัก  แต่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อได้ว่ามีสายการเดินรถที่ยุ่งยากและซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  อย่าว่าแต่คนต่างชาติเลยแม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังหลงด้วยซ้ำ  ดังนั้นจึงขออนุญาตไม่อธิบายเกี่ยวกับบัตรส่วนลดทั้งหลายที่มีให้เลือกใช้มากมาย  ไม่งั้นจะงงไปกว่านี้  แต่จะอธิบายวิธีการขึ้นรถไฟอย่างง่ายๆ โดยการหยอดเหรียญไปเที่ยวกันเป็นที่ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่พื้นฐานที่สุดค่ะ

สิ่งแรกที่เราจะต้องแยกให้ออกก็คือ  รถไฟ JR กับ Subway ค่ะ

รถไฟ JR เป็นรถไฟความเร็วสูง  ส่วนใหญ่จะวิ่งบนดินนะคะ  สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในโตเกียว  สายรถไฟของ Jr ที่น่าจะต้องทำความรู้จักไว้ก็คือ Yamate Line ซึ่งจะวิ่งเป็นวงกลมและจอดให้บริการตามสถานีใหญ่ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ช้อปปิ้ง และที่ๆ มีคนพลุกพล่าน อย่าง โตเกียว  ชินจูกุ ชิบุยะ อากิฮาบาระ เป็นต้น 

 


Yamate Line (สายสีเขียว)

และปัจจุบันนี้มี JR CHUO-SOBU LINE อีกเส้นทางที่รถไฟจะวิ่งผ่ากลางเส้นทางการเดินรถที่เป็นวงกลมของ Yamate Line (ตัดฉัวะเข้าให้) แถมตัดแล้วเจอโตเกียวโดมเลยอีกต่างหาก

ซึ่งก่อนหน้านั้น รถไฟ JR ยังเข้าไม่ถึงโดมนะคะ (พูดเหมือนบ้านนอกเลยเนอะ) ต้องนั่ง Subway หรือรถไฟใต้ดินเพื่อจะไปยังโดม แล้ว Subway ของญี่ปุ่นก็ช่างมีมากมายหลายสายซะเหลือเกิน T0T ตามลิงก์

http://www.bento.com/pix/tokyosubway2008.jpg

ต่อไปนี้จะขออนุญาตยกตัวอย่างการเดินทางจากที่พักที่เราเคยแนะนำไปครั้งที่แล้ว ที่อยู่ใกล้กับสถานี Ikebukuro ไปยัง Tokyo Dome

สายรถไฟและสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้โตเกียวโดมมีดังนี้ค่ะ

JR CHUO-SOBU LINE(SUIDOBASHI ST.)
MITA LINE(SUIDOBASHI ST.)
MARUNOUCHI LINE(KORAKUEN ST.)
NANBOKU LINE(KORAKUEN ST.)
OEDO LINE (KASUGA ST.)

จริงๆ ถ้าดูจากแผนที่ข้างบนแล้วแล้ววิธีการที่น่าจะง่ายที่สุด ก็คือการนั่งรถไฟ JR สาย Yamate จาก Ikebukuro ไปลงที่สถานีชิบุยะ แล้วนั่งรถไฟ JR สาย CHUO-SOBU ผ่ากลางไปลงที่สถานี Suidobashi เลย

แต่  ถ้าหากเราใช้ www.yahoo.co.jp ตรวจสอบเส้นทางให้ จะมีพบกว่ามีเส้นทางการเดินทางอื่นๆ ที่ประหยัดกว่า จะพบว่าเส้นทางที่ถูกที่สุดและใช้เวลาเพียง 18 นาทีคือ เส้นทางนี้ค่ะ

จากสถานี Ikebukuro -> นั่ง Subway สาย Yurakucho (สีส้ม) ไปลงสถานี IIdabashi( 4 สถานี)160 เยน -> นั่ง JR CHUO-SOBU ไปลงสถานที Suidobashi (1 station) 130 เยน

รวมเบ็ดเสร็จราคา 290 yen

ดังนั้นใครสตาร์จากที่ไหนอย่าลืมตรวจสอบเส้นทาง ระยะเวลาการเดินทาง และคำนวนค่าใช้จ่ายกันให้ดีๆ นะคะ  ขอแค่ไปให้ถึงสถานีใดสถานีหนึ่งในสามสถานีนี้ SUIDOBASHI ST. KORAKUEN ST. KASUGA ST. เดินออกมาก็จะพบเห็น Big Egg ตั้งตระหง่านแล้วค่ะ  ก็นะ  บังเอิญว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่ที่สุดแล้วในบริเวณนั้นด้วยล่ะ

สิ่งที่ควรจำและท่องไว้เสมอในการนั่งรถไฟ ต่อรถไฟ และเปลี่ยนสายรถไฟก็คือ

"จะไปสายไหนให้ลงที่ตรงทางเข้าของรถไฟสายนั้นๆ"

ญี่ปุ่นเขาใช้สถานีร่วมกันค่ะ  แต่ทางลงไปยังท่ารถไฟของแต่ละสายเป็นคนละทางกัน และไม่ได้เชื่อมกันน่อ  เวลาหยอดตู้ก็เลือกหยอดตู้ของสายรถไฟที่เราจะไปนะคะ หยอดบั