เป็นสาววายชั่วชีวิต

posted on 21 Jun 2011 21:05 by toyting in ETC

 ชื่อ entry อหังการมาก แต่เอาเข้าจริงๆ เรากลับไม่มั่นใจแฮะว่าตัวเองจะเป็นสาววายไปชั่วชีวิตได้จริงรึเปล่า  สาววายตัวแม่อย่างเรา ที่เริ่มจากการเป็นผู้เสพย์ความวาย กลายมาเป็นผู้เผยแพร่ความวาย จนปัจจุบันก็ยังทำมาหากินกับความวาย ยังรู้สึกไม่มั่นใจ แล้วใครที่ไหนมันจะมั่นใจล่ะค๊า (เอิ๊ก)

 

แหมๆ ก็พื้นฐานจริงๆ ของเราคือการ์ตูนผู้หญิงคลาสสิคนี่นะ เพราะอ่านการ์ตูนมาตั้งแต่ประถม ไม่มีหรอกการ์ตูนวายกลาดเกลื่อนดาดดื่นเหมือนสมัยนี้  โอเค แม้จะรู้สึกใจเต้นตึกตักบ้างตอนที่เห็นอารูกอนจับตัวท่านเมมฟิสขึงพรืดในคำสาปฟาโรห์  แต่ตอนท่านออสการ์เฟริตกับสาวๆ ในกุหลาบแวร์ซายส์ เดี้ยนก็ตึกตักเหมือนกัน สรุปว่าเป็นทั้ง Yaoi และ Yuri ซินะ (ฮา)

 

แล้วก็มีช่วงมืดของชีวิต ที่เอียนความวายมาก เพราะโดนยัดเยียดว่ามันเป็นงาน จนไม่สามารถกลับไปอ่านการ์ตูนหรือนิยายได้ด้วยความรู้สึกสนุกสนานเหมือนเดิม กว่าจะเปลี่ยนความมืดมาเป็นความม่วงได้ก็เกือบเป็นปัญหาชีวิตเลยล่ะนั่น

 

อย่างไรก็ดี ยังคิดอยู่ว่า อาจจะมีสักวันที่เราต้องถอนตัวจากวงการจริงๆ แล้วจะแม่จะถือโอกาสนั้นแฉให้หมด! (ล้อเล่นน่า) แค่คิดว่าอาจจะพ็อตเก็ตบุ๊คสักเล่ม ชื่อเรื่องว่าอะไรดีล่ะ “คำสารภาพจากสาววายตัวแม่” ดีมั้ย? อยากอ่านกันมั้ยล่ะ? แต่สำนักพิมพ์ไหนจะพิมพ์? 

 

แต่งเอง พิมพ์เอง ขายเอง ก็ได้ฟ่ะ!  เรื่องแบบนี้เคยทำมาหมดแล้วทั้งนั้น 

 

แล้วบทที่ 1 ของพ็อตเก็ตบุ๊คเล่มนั้น ก็ต้องพูดถึงเธอคนนี้ “ลูกค้าที่ดีที่สุดของฉัน”

 

สาววายที่เป็นหนอนหนังสือได้ชื่อว่าเป็นลูกค้าที่เรื่องมากที่สุดในสามโลก เรื่องมากตั้งแต่ตอนเลือกเรื่องที่จะซื้อแล้ว คำถามที่มักเจอบ่อยก็คือ

 

“เรื่องไหนสนุกบ้าง” หนังสือในร้านเป็นร้อยจะรู้มั้ยยูว่าชอบแบบไหน  ถามแบบหว่านแหมากอ่ะ

“เรื่องนี้สนุกมั้ย?” ตรูยังไม่อ่านจะตรัสรู้มั้ย 

“จบ Happy รึเปล่า?” อ๊ะ บอกแล้วไงว่ายังไม่อ่าน

ซึ่งจริงๆ คำถามพวกนี้รับมือง่ายมาก เพราะเวลาตอบก็สามารถเลี่ยงไปว่า เรื่องนี้ขายดีนะ เห็นคนซื้อเยอะ อะไรแบบนั้น เป็นต้น

แต่ก็มีคำถามบางประเภทที่หนักใจเวลาตอบทุกครั้ง ถึงจะชินแล้วก็เหอะ นั่นก็คือ

“เรื่องนี้เรทรึเปล่า?” ไปดูหนังโป๊เลยป่ะ /me ทึ้งหัว

 

หลังจากตัดสินใจแล้วแล้วว่าจะซื้อเรื่องอะไร  อย่าให้ได้ลองเลือกเล่มเชียวนะ สิบเล่มก็ไม่พอ เล่มนี้ไสกาวไม่แน่น เล่มนี้สันบุบ เล่มนี้ปกยับ บลาๆ ทั้งๆ ที่หนังสือห่อถุงพลาสติกไว้ คุณลูกค้าก็สามารถพลิกซ้ายพลิกขวา วนหาข้อตำนิจนได้  จนกระทั่งชีแน่ใจแล้วว่าเลือกเล่มที่ดีที่สุดจากในตั้งมาแล้ว  แต่กระนั้นก็มีกรณีที่พอกลับบ้านไปเปิดอ่านพบว่ามีหน้าเสีย ต้องกลับมาเปลี่ยน แต่พอเห็นตั้งหนังสือที่ให้เลือกมีน้อยลงก็เกิดอาการเซ็งอย่างเห็นได้ชัด 

 

แน่ล่ะค่ะ มันเป็นสิทธิผู้บริโภค ลูกค้ามีสิทธิ์เต็มที่ในการเลือกสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง  แต่ปฏิเสธไม่ได้ที่หัวอกคนขายจะโปรดปรานลูกค้าที่ไม่ค่อยเรื่องมากมากกว่า ลูกค้าประจำที่ซื้อหนังสือทุกเรื่องที่แนะนำ ไม่เคยกลับมาบ่นเลยสักครั้งว่าไอ้เรื่องที่ซื้อไปไม่สนุก ไม่เคยต่อราคา และไม่ว่าเราจะย้ายร้านไปอยู่ที่ไหนเขาก็จะตามหาเราจนเจอ

 

“ลูกเกด” เป็นลูกค้าประเภทนั้นค่ะ  ตอนที่รู้จักเธอครั้งแรก ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็เป็นลูกค้ากับแม่ค้าตั้งแต่ต้น เราขายเธอตั้งแต่การ์ตูนบนดิน การ์ตูนใต้ดิน การ์ตูนผู้หญิง การ์ตูนผู้ชาย การ์ตูนวาย นิยายวาย ฟิคเกาหลี หรือแม้แต่ฟิคแฮร์รี่! เข้าใจว่าเธอมีฟิคแฮร์รี่ของสมาคมเกือบทุกเรื่องเพราะซื้อโดยตรงผ่านเอเยนต์คนนี้

 

ช่วงที่เราออกจากสยามไปเปิดร้านที่เดอะมอล์ลงามวงศ์วาน เป็นเวลาเกือบปีที่เราไม่ได้เจอเธอเลย พอได้กลับมาเปิดร้านที่สยามเป็นของตัวเอง  ลูกเกดเป็นลูกค้ารายแรกของร้านเราทีเดียวล่ะ  เธอเดินขึ้นบันไดชั้นสามมาเจอเรากำลังจัดหนังสืออยู่ในร้านที่สภาพยังไม่เรียบร้อยดี  แต่ยังอุตส่าห์ได้ทักทายสัพเพเหระตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน  พอเธอพูดขึ้นมาว่า “ต้อยติ่งไม่สังเกตเลยใช่มั้ย” ถึงได้เอะใจว่า เธอสวมหมวกไหมพรมตลอดเวลาไม่ยอมถอด  เมื่อลูกเกดบอกว่า “เราป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองล่ะ เพิ่งไปทำคีโมมา”

 

จับใจความจากที่เล่าได้ว่า เธอป่วยกระเสาะกระแสะเป็นหวัดบ่อย นึกว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้ แต่ทำยังไงก็ไม่หายสักที จนทนไม่ไหวแล้วตัดสินใจไปตรวจร่างกายแบบสแกน หมอจึงเจอว่าเป็นมะเร็ง  ได้ฟังอย่างนี้เราได้แต่อึ้งไม่รู้จะพูดอะไร และยิ่งอึ้งหนักเมื่อลูกเกดบอกว่า “แม่เราร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้องแล้ว” นั่นเพราะว่าเธอป่วยเป็นโรคเดียวกับพ่อที่เสียชีวิตไปด้วยโรคเดียวกัน

 

จำได้ว่าตัวเองพูดปลอบไปว่า  “ยังดีที่รู้ตัวเร็ว อายุยังน้อยอยู่ ไม่ใช่จะไปในวันสองวัน ยังไงก็อยากให้มีชีวิตอยู่รออ่านหนังสือที่เราดองก่อนนะ”

 

แล้วลูกเกดก็ได้มาเป็นลูกค้าประจำร้านเราที่สยาม เจอกันทุกครั้งที่หนังสือใหม่ออก เธอยังอวดด้วยว่าตอนนี้ผมขึ้นแล้วนะ สำหรับเราที่มีคุณป้าที่สู้มะเร็งมา 19 ปี ได้ยินแล้วก็โล่งใจ เชื่อว่าข่าวร้ายคงยังมาถึงไม่เร็วนัก

 

จนกระทั่งเมื่อวานนี้  เพื่อนส่งข่าวมาว่าลูกค้าที่ดีที่สุดของเราคนนี้ได้จากไปแล้ว  เราเองที่ไม่ใช่ทั้งเพื่อน ไม่ใช่ทั้งญาติ ไม่อยู่ในฐานะที่จะไปร่วมงานศพได้  ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากแสดงความเสียใจ เสียใจจริงๆ ค่ะ T0T

 

Comment

Comment:

Tweet

อูย.. จบเศร้ามากค่ะ
สะเทือนใจอ่ะ

#8 By [ Sai ];charot on 2011-06-26 14:46

ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของลูกค้าที่ดีของพี่ต้อยนะคะ

ชื่อเอนทรีนี้ที่บอกว่าเป็ยสาววายชั่วชีวิตนี่หมายถึงลูกค้าคนนี้หรือเปล่าคะ?

#7 By SK-SaKU :: With Your Smile on 2011-06-23 19:02

อะไรก็เกิดขึ้นได้ล่ะอิป้า วันหนึ่งโทเมตั้นอาจจะเผลอตัวทะยานเข้าไปผลักชายหนุ่มหน้าตาดีให้พ้นจากการถูกสิบล้อทับก็ได้ ใครจะไปรู้

สำหรับใครบางคน แค่ความไม่เรื่องมากก็พาให้อยากรักได้แล้วล่ะ เพราะคนบนโลกนี้มีแต่คนเรื่องมาก

แต่ว่านะ โทเมนับถือศาสนาพุทธน่ะ คิดว่าลูกเกดของป้าแค่เปลี่ยนสถานะ อีกสักสิบปีอาจจะมาเกาะหน้าร้านป้าอีกรอบก็ได้ ( ถ้ายังเปิดอยู่น่ะนะ )

ถ้าป้าจะเปลี่ยนอาชีพอื่นเพราะป้าชอบก็ตามใจ แต่เปลี่ยนเพราะอยากกลับเป็นปุถุชนล่ะก็อย่าเลย เสียดายว่ะ อยากเห็นว่าที่หนึ่งของอาชีพที่สาววายเป็นได้คืออะไร มันเหนือจินตนาการยังไงไม่รู้ ดังนั้นป้าลองทำให้ดูหน่อยแล้วกัน

#6 By tomei on 2011-06-22 11:35

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณลูกเกดด้วยค่ะ

ในโลกนี้ สิ่งที่นำพาให้ผู้คนได้มาพบกัน บางทีก็เป็นเรื่องแปลกๆ บางทีการเป็นสาววายแล้วได้พบกับมิตรภาพที่ดี นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่สวรรค์ประทานมาก็ได้นะ

ตัวอิยายเองถ้าไม่ใช่สาววาย สุดท้ายอาจจะไม่ได้พบกับพวกป้าๆ ก็ได้นี่เนอะ big smile

#5 By Dahlia on 2011-06-22 01:44

อารมณ์เปลี่ยนตอนท้าย
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

#4 By 2521luck on 2011-06-22 00:32

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

เรื่องงานศพเราว่าอย่าคิดมากเลยค่ะ ถ้าอยากไปแสดงความเสียใจก็ไปเลยค่ะ ยังไงก็เป็นคนรู้จักกัน

#3 By ~PoMeLo~ on 2011-06-21 23:38

ป้าเขียนได้หักมุมมากอ่ะ หลากอารมณ์นะเอนทรี่นี้ ตอนแรกว่าจะเข้ามาเมนท์จิกซะหน่อย....ซึมเลย....

ขอไว้อาลัยให้ 'ลูกเกด' และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวสาววายท่านนั้นด้วยค่ะ

#2 By อคาชา+นะโอ on 2011-06-21 23:36

ไหงจบเศร้า T^T

#1 By por_kk on 2011-06-21 21:49