[On Tour] United Kingdom 7 Days 6 Nighits ~London~

posted on 05 Aug 2011 10:44 by toyting in Tour
หลังจากหาตั้งนานในที่สุดก็เจอ External Harddisk ที่เก็บรูปเอาไว้ซะที >0< ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร ทั้งๆ ที่ต้องวุ่นเกี่ยวกับการเตรียมงาน KFC กลับนึกอยากทำ Trip Scrapbook กับเขาซะงั้น อารมณ์อยากหนีความจริงเต็มที่ (ฮา) หลังจากปรับรูปทริปลอนดอน 2 วันแรกเสร็จ นึกเสียดายรูป เลยเอามารีไซเคิล โพสลงใน facebook ก็แปะลงใน exteen ด้วยดีกว่า ก่อนที่ exteen จะร้างเกินไป

ระลึกความหลัง... เมื่อวันที่ 10-18 กันยายน ของปีที่แล้ว ดิฉันกับท่านนายทุนได้บินลัดฟ้าไปเยี่ยมน้องสาวซึ่งไปเรียนต่อโท (อีกใบ) ที่ประเทศอังกฤษค่ะ จริงๆ จะว่าไปเยี่ยมก็ไม่ถูกหรอก เพราะถ้าไปเยี่ยมควรไปตั้งแต่ก่อนมันจะเรียนจบ  แต่เนี่ยมันส่งรายงานเรียบร้อยแล้ว เตรียมแพ็คกระเป๋ากลับเมืองไทย เหตุใดพ่อกับพี่สาวถึงเพิ่งมาเยี่ยม เหอๆๆๆ หาเรื่องเที่ยวสิไม่ว่า

ออกเดินทางคืนวันที่ 10 เคอะ โดยสายการบินแขก Jet Airway เปลี่ยนเครื่องที่มุมไบ เครื่องที่บินไปอังกฤษเป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกับเครื่องบินของการบินไทยที่นั่งไปญี่ปุ่นพร้อมกับแนน  ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมทั้งๆ ที่การบินไทยเป็นเครื่องเช่าแท้ๆ แต่กลับดูดีไฮโซกว่าได้ก็ไม่ยู้ววว  อย่างไรก็ดีเนื่องจากมีคนเตือนไว้เยอะเกี่ยวกับ "กลิ่น" ของสายการบินแขก ดิฉันเลยพกยาดม ยาอม ยาหม่อง ติดตัวเอาไว้กันเหนียว สรุปว่าบนเครื่องไม่ต้องใช้แฮะ เพราะ Jet Airway จัดการฉีัดสเปย์ปรับอากาศให้เห็นกันจะๆ ตา เวลาขึ้นและลงเครื่อง เลยเบาใจเก็บยาดมใส่ไว้ในกระเป๋า  แต่แล้วก็คว้าแทบไม่ทัน  เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมุมไบ อิพนักงานหญิงที่ตรวจเช็คร่างกายน่ะ หัวเหม็นมากกกกก ราวกับไม่ได้สระผมมาซักสิบปี อั่ก! จะเป็นลม นึกอยากควักยาสระผมยื่นให้มันซะรู้แล้วรู้รอด  แต่ลืมไปว่าของเหลวเกิน 50 ml ยัดอยู่ใต้เครื่อง T0T

ถึงแม้ อาหารจะไม่อร่อย และกัปตันจะขับหวาดเสียวไปหน่อย แต่ดิฉันและป๊ะป๊าก็ถึงสนามบินฮีทโธรว์ในเช้าวันที่ 11 โดยสวัสดิภาพ ผ่านด่านตม. อย่างรวดเร็ว จนน้องสาวที่ไปรับยังตกใจ จากนั้นมุ่งสู่ที่พัก ไปฝากกระเป๋า
 
Dalmacia Hotel
 
เป็นที่พักสไตล์ Bed&Breakfast ซึ่งรวมๆ ก็โอเคนะ
จะดีกว่านี้ถ้าไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นชั้น 4 (หนักอ่ะ)
อ้อ แล้วป๊ะป๊าก็บ่นนิดหน่อยว่าทีวีไม่มีฟุตบอลให้ดู (ใครมันจะถ่ายทอดทุกแมตซ์เหมือนเมืองไทยล่ะพ่อ)
 
 
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เลยแวะคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสฝั่งตรงข้ามหาอะไรกิน
 
 
อ่า...ซัดของหวานแต่เช้าเลยเรอะ
อิ่มแล้วก็ Let's Go
 
เผยโฉมไกด์นำเที่ยว 
จุดสตาร์ทของเราคือ Albert Memorial 
 
 
ที่อยู่ใกล้ๆ กันคือ Natural History Museum
ประทับใจอ่ะ >0< นอกจากจะเข้าฟรีแล้ว เดินเข้าไปปุ๊บก็เจอกับ
 
 
ไดโนเสาร์ตัวใหญ่มากจนถ่ายได้ไม่เต็มกล้อง
ที่เขาว่าพิพิธภัณฑ์เมืองนอกมันดีกว่าเมืองไทย เพิ่งรู้ซึ้งวันนี้เอง
สำหรับที่นี่จะจัดแสดงและให้ึความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีิวิตประเภทต่างๆ
โลกและทรัพยากร อีกทั้งดวงดาวววววววว โปรยรูปที่ชอบๆ แล้วกันนะ
 
 
ฟอสซิล
 
 
เฮ็ดวิก

 
อัสลานนนนนนนนน

 
พี่วาฬตัวใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกก
 
 
ถ่ายมาแต่รูปสัตว์ ถึงไม่ใช่นางงามแต่ก็รักสัตว์นะจุ๊ วันแรกแค่ไป Natural History Museum ก็เหนื่อยแล่ว บ่ายแก่ๆ เลยกลับไปเช็คอิน แล้วนอนพัก  ช่วงเย็นมะปรางค์ (ญาติที่ทำงานอยู่ที่ลอนดอน) กับแฟนขับรถมารับไปกินข้าวเย็น หลังจากส่งมอบของฝากจากทางบ้าน อันได้แก่ "เครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวที่หน้าตาเหมือนกับเฮโรอิน 1 กิโลกรัมแต่ยังอุตส่าห์ผ่านตม.มาได้" ก็พากันขับรถชมลอนดอนยามค่ำคืน จริงๆ คือขับรถหลงมากกว่า เพราะตั้งใจจะไปกิน "เป็ดปักกิ่งโฟร์ซีซัน" อันเลื่องชื่อ ซึ่งคนไทยที่มาลอนดอนทุกคนบอกว่าต้องมากินให้ได้  เพื่อที่จะได้พูดได้เต็มปากว่า "เป็ด MK อร่อยกว่า" เมื่อไปไม่ถึงปักกิ่ง สุดท้ายแล้วเลยกลับรถมากินแถวๆ ที่พักแทน แฮะ แฮะ แฮะ
 
สำหรับวันที่ 12 เป็น London City Tour ค่า แม้ว่าเมื่อคืนจะซิตี้ทัวร์มารอบนึงแล้วก็ตาม แต่อันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะไปทัวร์นะฮือ อากาศตามปกติของประเทศเกาะอย่างอังกฤษ จะแปรปรวนตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่จะมืดครึ้มและฝนตกชุก  ไม่เสียแรงที่เป็นอิปร้าฟ้าใส  เพราะวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน 2010 เรียกได้ว่าเป็น "Beautiful  Sunday" ทีเดียวค่ะ  น้องสาวบอกว่าอยู่อังกฤษมาจะปีแล้ว ไม่เคยเห็นวันที่ฟ้าใสขนาดนี้มาก่อน โฮ่ๆๆๆๆๆ (ยังอวดเรื่องนี้ได้อยู่สินะ)
 
 
อาหารเช้าวันนี้ ซื้อมาจากโลตัส ไม่เชื่อก็ดูโลโก้ซะก่อน
 
 
ไปปิคนิคกันที่ St James' Park 
แต่เอ๊ะ! นั่นตัวอะไร
 
.
 
กระรอกมาขอกินแอ๊ปเปิ้ลล่ะ
เชื่องคนมากเลยอ่ะ
 
 
ที่มานั่งปิคนิคกันถึงในสวน  ก็เพื่อจะรอ...
 
 
พิธีเปลี่ยนทหารรักษาพระองค์
 
 
บริเวณหน้า Buckingham Palace
ได้ยินมาว่าพิธีเปลี่ยนทหารเนี่ยทำกันทุกวัน และคนก็แน่นทุกวัน (คาดว่าคงเป็นนักท่องเที่ยวทั้งนั้น)
ซึ่งก็ดูคึกคักดีนะ พอนึกถึงพิธีเปลี่ยนทหารที่หน้าวังเกาหลี ที่หลงไปเจอพอดี  
มันดูหงอยๆ จ๋อยๆ กว่าเยอะ
หลังจากนั้นสามคนพ่อลูกก็เดินเท้าไปยัง
 
 
Palace of Westminster

วิหารเวสต์มินสเตอร์ ที่ในปีถัดมาเป็นสถานที่จัดงานแต่งของเจ้าชายวิลเลี่ยมกับเคท มิเดลตัน 
 
 
Big Ben
เห็นแล้วคิดถึงปีเตอร์แพน
 
House of Parliamentary
รัฐสภาอังกฤษ
ซึ่งสถานที่ทั้งหมดอยู่ใกล้ๆ เดินถึงกันได้หมดค่ะ
เอาล่ะ ได้เวลานั่งเรื่อล่องแม่น้ำเทมส์แล้ว
ข้ามจากฝั่งเวสต์มินสเตอร์ไปหาข้าวกลางวันกินที่ฝั่งทาวเวอร์ค่ะ

 
London Eye ที่ถ่ายได้จากบนเรือเฟอร์รี่
 
 
มาถึงฝั่งทาวเวอร์ก็ชักภาพกับ Tower Bridge เสียหน่อย
ได้คนใจดีถ่ายให้ ไม่งั้นคงไม่มีรูปสามคนพ่อลูกในกล้องแน่ๆ

 
ไม่รู้นึกไงถึงเสียตังค์ขึ้นไปชมวิวบน  Tower Bridge 
ทีพระราชวังบักคิงแฮมไม่ยอมเสียตังค์
แต่พอเป็นที่สูงๆ แบบนี้กลับยอมซะงั้น

 
ไปเจองานวัดที่ฝั่งทาวเวอร์พอดีค่ะ (ฮา)
จริงๆ มันคืองานริเวอร์เทมส์เฟสติวัล
มีการออกบูธขายของ บูธกิจกรรม มีการแสดง
อาหาร ของกิน และคนเมา
 
 
Strawberry  Fondue ที่อร่อยมากกกกกกก
 
 
จำไม่ได้ว่า เดินงานวัดสนุกๆ อยู่ดีๆ
ทำไมถึงได้ออกจากงานมาถึง Trafalgar Square ได้
เพราะบูบู้นัดเพื่อนไว้รึเปล่าหว่า
นั่งมองฝรั่งมานั่งชิวกิ้วที่บันไดกันเต็ม มีพวกนักแสดงมาเปิดหมวกโชว์อยู่ข้างทางเป็นจุดๆ
เห็นเด็กเกาหลีมาเต้นฮิบฮอปด้วย อ่ะ นึกว่าจะเต้นโคฟเวอร์แดนซ์เหมือนเด็กไทยซะอีก
ตอนนั้นไม่รู้ว่าสถานที่นี้มันสำคัญยังไง จนปีนี้มันกลายเป็นสถานที่เปิดตัวหนังแฮร์รี่ภาคสุดท้าย
อ่า...เราไปอังกฤษเร็วไปปีนึงซินะ เลยไม่ทันอะไรเลยสักอย่าง
 
 
บูบู้่นัดเพื่อนไว้ที่ China Town
 
 
มากินดินเนอร์เป็นอาหารเกาหลีด้วยกัน เป็นอันจบ City Tour จ้า
โปรดสังเกต เนื่องจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าอาหารประจำชาติอังกฤษนี้ไม่อร่อยเลย
ทัวร์นี้จึงเลี่ยงเข้าร้านอาหารประจำชาติตัวเองและชาติอื่นๆ แทน
 
แล้วจะมาต่อ One Day Trip in Oxford ครั้งหน้านะจ๊ะ
คาดว่าจะจบทัวร์ได้ภายใน 4 entry

edit @ 29 Nov 2011 21:27:36 by toy_ting

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ะ พาเที่ยวอังกฤษ เห็นแล้วก็คิดถึงค่ะ
ชอบ Natural History Museum เหมือนกันเลย เข้าไปทีไร มักจะทึ่งกับโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่รอต้อนรับเราอยู่ทุกที ฮาาา

ชอบฟิลรูปมากเลยค่ะ ออกมาแบบโพราลอยแบบนี้ ให้อารมณ์คลาสสิกเหมาะกับอังกฤษเสียนี่กระไร confused smile

รออ่านเอ็นทรีย์หน้านะค้า Hot!

ปล - น่าจะได้ไปเที่ยว Cambridge ด้วยนะคะ... แต่เมืองมันก็คล้ายๆ Oxford นี่แหละค่ะ กร๊าก

#3 By mishiko~ on 2011-09-02 08:54

ครั้งหน้าน่ะมันเมื่อไหร่คะป้า (me/กวักมือทวง)

พูดถึงความเป็นป้าฟ้าใสเนี่ย ต้องลองไปเที่ยวเมืองนอกด้วยกันสักทีจริงๆ ค่ะ (หลังจากพิสูจน์ด้วยทริปในประเทศที่กระบี่มาแล้ว)

#2 By อคาชา+นะโอ on 2011-08-05 16:46

ป๋าป้าใส่แว่นแล้วเหมือนชลิตเลยอ่ะ

#1 By tomei on 2011-08-05 13:09