[On Tour] Schengen 5 Days 6 Nights ~Versailles and Paris~
posted on 07 Aug 2008 18:00 by toyting in Tourเอาล่ะ ในที่สุดก็ถึง entry สุดท้าย ของ Schengen Tour เสียที ดองจะสองเดือนแล้ว (เอิ๊ก) คัดรูปไปคัดรูปมา ทำไมรูปที่ปารีสมันน้อยกว่าที่อื่นฟ่ะ หรืออาจจะเป็นเพราะ ได้ไปเที่ยวในที่ๆ ตัวเองไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไหร่ก็ได้ (ฮืออออออออออออออออออออออ)
มีอย่างที่ไหนพักอยู่ที่แวร์ซายส์แท้ๆ แต่กลับได้ไปเที่ยวพระราชวังฟองแตนโบลแทนที่จะได้ไปพระราชวังแวร์ซายส์ อุกรี๊ด มันยังกะหนังคนละม้วน การ์ตูนคนละเรื่อง จาก "กุหลาบแวร์ซายส์" กลายเป็น "นโปเลียน ยอดนักรัก" ทันที แม้ว่าจะเป็นคนเขียนคนเดียวกันก็ตาม (คนที่อ่านแล้วงง แสดงว่าเกิดไม่ทันอ่านการ์ตูนสองเรื่องนี้)
พระราชวังฟองแตนโบล เป็นพระราชวังที่สร้างมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง แต่ยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของพระราชวังแห่งนี้คือตอนที่ นโปเลียน โบนาปาต ปกครองประเทศ เราเข้าไปชมตัวพระราชวังพร้อมหูฟังไกด์บรรยายเป็นภาษาไทย เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคนั้น บอกหมดตั้งแต่นโปเลียนทำงานที่ไหน นั่งยังไง นอนยังไง ทำธุระส่วนตัวที่ตรงไหน ทว่า...ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะรู้เล้ยยยยย ให้ตายสิ ซ้ำยังไปเจอกรุ๊ปเด็กประถมมาทัศนศึกษากรุ๊ปใหญ่ เลยแอบนอยหนักเข้าไปอีก แล้วด้วยความที่ตัวพระราชวังข้างในนั้นมืดมาก+ฝีมือการถ่ายรูปของเรา ถึงเขาจะอนุญาตให้ถ่ายรูป ภาพที่ออกมาก็ไม่ค่อยชัดอยู่ดี
อย่างไรก็ดียังอุตส่าห์ชอบภาพนี้
ณ บันไดเกือกม้าที่หน้าพระราชวัง
เป็นสถานที่ที่นโปเลียนบอกลากองทหารคนสนิทเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนจะโดนเนรเทศไปยังเกาะ Elba ปิดฉากชีวิตบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก
ออกจากฟองแตนโบลแบบรถติดๆ เข้าสู่กรุงปารีส ช่วงบ่ายวันนี้คณะหลักต้องไปเข้าอบรม ทางไกด์เลยพาคณะรองอย่างเราไปฆ่าเวลา โหวตไปโหวตมาก็ได้ไปเที่ยวที่
โบสถ์นอร์ทเทรอดาม
ตอนแรกเราเข้าใจว่าโบสถ์แห่งนี้มีชื่อเสียงเพราะคนค่อมแห่งนอร์ทเทรอดามซะอีก เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันคือโบสถ์หลวงของประเทศนี่หว่า คล้ายๆ วัดพระแก้วเลย เป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญและเป็นหลักเมืองของชาติ สรุปว่าที่คนค่อมคนนี้ดังกว่าคนค่อมคนอื่นเป็นเพราะมันเป็นคนตีระฆังให้กับโบสถ์ที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของประเทศซินะ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ฮอลลิวู้ด ทำเราเข้าใจผิดนะเนี่ย
พูดถึงคนค่อม ก็ต้องพูดถึงยิบซี ได้เจอยิบซีตัวเป็นๆ ด้วยล่ะ แต่ออกแนวหลอกลวงประชาชนไปหน่อยไหม เพราะพวกเธอจะเที่ยวไปไล่ถามนักท่องเที่ยวทุกคนที่ผ่านหน้าว่า "Can you speak English?" ถ้าเกิดว่าตอบไปว่า "I can't speak english" แล้วจะทำอะไรเราไหมวะ เอาเถอะ เพราะความเป็นเมืองใหญ่ คนอพยพก็เยอะ อาชญกรรมก็เลยสูงไปตามด้วย เรื่องที่คุณไกด์เตือนๆ ไว้เกี่ยวกับปารีสเรียกว่าไม่น้อยเลย
ออกจากนอร์ทเทรอดาม หัวหน้าไกด์เล่นง่าย ไปทิ้งคณะเราไว้ที่ห้างให้ไปช้อปปิ้ง หึ หึ หึ แต่เสียใจนะ ทิ้งเราไว้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก นายทุนยังไปอบรมไม่กลับเลยนี่นา แล้วเราแอบเคืองคนขายคนไทยในร้านด้วยนิดหน่อย ที่เคยเล่าให้ฟังหลังไมค์นั่นล่ะ เลยตัดสินใจ ไม่ซื้อแล้วร้านนี้ ลงไปเดินนอกห้างดีกว่า ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเขามาปล่อยตัวเองไว้ที่ย่านอะไร แต่ก็แปลกใจว่าทำไมมีของที่ระลึกขายเยอะจัง เวลาเยอะเลยนั่งเลือกพวงกุญแจหอไอเฟลทีละทีละอัน เดินดูโน่นดูนี่ จนพวกคณะหลักมาสมทบ และพากันไปขึ้นรถ ตอนนี้แหละ ที่ความโกรธพุ่งจี้ดขึ้นสมอง เพราะไอ้ห้างที่เขามาปล่อยเราทิ้งไว้น่ะ มันอยู่ใกล้ลูฟมาแค่ข้ามถนนนนนน โฮกกกกก เคืองงงงงงงงงงงง
ปล่อยเราเดินสุดถนนสองสามรอบ แต่ไม่ยอมบอกสักแอะว่า แค่ข้ามไปฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก นอกจากจะพลาดแวร์ซายส์แล้ว ยังพลาดลูฟอีก แล้วจะมาฝรั่งเศสเพื่อ? แม้ไกด์จะบอกว่าลูกทัวร์เป็นท่านผู้ใหญ่ที่เคยมายุโรปหลายครั้งแล้ว เลยอยากจัดทัวร์ให้ไม่ซ้ำกับที่ท่านเคยไป แวร์ซายส์หรือลูฟใครๆ เขาก็ไปกัน แต่...แต่...ฉันไม่เคยไปนิ T0T
เราไม่ยอมให้ความน่าสมเพชเกิดขึ้นกับตัวเองมากกว่านี้ ดังนั้นพอกลับถึงโรงแรม แม้ว่าจะเป็นเวลา 2 ทุ่มแล้ว แต่ฟ้ายังไม่มืด จัดการลากพ่อ พากันเดินจากโรงแรมไปพระราชวังแวร์ซายส์! หึ หึ หึ ขอแค่เกาะรั้ววังก็ยังดี ไม่งั้นนอนตาไม่หลับแน่ ข้อมูลที่หาเองในเน็ทบอกว่า โรงแรมที่เราพักอยู่นั้น อยู่ห่างจากพระราชวังแวร์ซายส์แค่ 1 กิโล ซึ่งเดินได้แน่นอนอยู่แล้ว เดิน และ ก็เดิน และก็เดิน เป็นที่มาของภาพนี้

แต่ให้มาถึงหน้าวัง ก็เข้าไม่ได้อยู่ดี ชริ (เขาปิดวังแล้วจ้า)
ถึงอย่างไรก็ดี ได้เห็นแวร์ซายส์กะตา ก็นอนหลับสบายแล้วค่ะคืนนั้น จะว่าเพราะเดินออกกำลังกายจนเหนื่อยด้วยก็ได้ (หัวเราะ)
เช้าวันสุดท้ายเป็น paris city tour นั่งรถวนรอบเมือง แล้วก็แวะถ่ายรูปกับแลนด์มาร์กสำคัญๆ ต่างๆ เช่น หอไอเฟล (เอารูปลงให้ดูแล้วนิ) ปลาส เดอ ลา คองคอร์ต แล้วก็ ประตูชัย (วันนั้นมีประท้วงพอดี) จากน้นก็ไปล่องเรือตามแม่น้ำแซนด์ชมทัศนีย์ภาพค่ะ
อา...แดดร้อนจริงๆ นะเออ
เห็นใส่ผ้าคลุมแล้วคิดว่าอากาศคงหนาวใช่ไหมล่ะ แต่จริงๆ แล้วไม่เลย เพราะผ้าคลุมที่ว่าดูเหมือนจะหนา แต่จริงๆ แล้วโปร่งมากชนิดว่าลมพัดเข้าได้ทุกรู (ห้า ห้า ห้า) ที่ยังคลุมไว้อยู่ เพราะมีคนแนะนำว่าให้ทำตัวเหมือนหนาวไว้ ถ่ายรูปจะได้สวยๆ ส่วนเรื่องที่ใส่เสื้อคอนทงบังลายยุนโฮข้างในน่ะ เรื่องจริง ไม่ได้โม้ เพราะมันเป็นเสื้อแขนยาวที่มีไม่กี่ตัวในตู้เสื้อผ้าล่ะนะ นี่แหล่ะเหตุผลที่แท้จริง ไอ้ที่เขียนใน idol today มันเรื่องโม้
สุดท้ายล่ะ ก่อนจะบินกลับไปประเทศไทย ต้องขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ
ป๊ะป๊าของดิฉันเอ๊ง
จบจาก entry นี้แล้ว จะหายหัวกลับบ้านทำงานให้แม่เยี่ยงทาสสักพัก (ก็วันแม่นี่เนอะ) ผู้ชงผู้ชายมาไม่ต้องโทรมาชวนไปตามเด้อ
edit @ 7 Aug 2008 18:20:51 by toy_ting